วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

ลงทุนใน ThaiESG ลดหย่อนภาษีได้สูงขึ้น แล้วทำไมยังมีคนลังเล?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะ กองทุน ThaiESG ซึ่งเป็นทางเลือกที่ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) พร้อมทั้งมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ลงทุน ภายหลังจากที่ภาครัฐมีมาตรการเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษี ทำให้หลายคนเริ่มหันมาศึกษาการลงทุนในกองทุนประเภทนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้สิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีผู้เสียภาษีจำนวนไม่น้อยที่เลือก "ไม่ลงทุน" หรือยังคงลังเลก่อนตัดสินใจ คำถามที่น่าสนใจคือ สาเหตุเกิดจากอะไร และการลงทุนใน ThaiESG เหมาะกับทุกคนจริงหรือไม่

ทำความรู้จักเกี่ยวกับ ThaiESG

ThaiESG คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG โดยมีเป้าหมายสนับสนุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุน

นอกจากโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนยังสามารถใช้เงินลงทุนที่เข้าเงื่อนไขเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปีภาษี โดยต้องลงทุนผ่านกองทุนที่ได้รับการรับรอง และปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครองที่กฎหมายกำหนด

ทำไมมาตรการนี้จึงได้รับความสนใจ

การเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีทำให้ผู้มีรายได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานภาษีระดับกลางถึงสูง สามารถวางแผนภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทุกบาทที่นำไปลดหย่อน ย่อมช่วยลดภาระภาษีได้ตามอัตราภาษีของแต่ละบุคคล

ยิ่งผู้เสียภาษีอยู่ในฐานภาษีที่สูง การใช้สิทธิลดหย่อนอย่างเหมาะสมก็ยิ่งช่วยประหยัดภาษีได้มาก อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ใช่ผลตอบแทนจากการลงทุน แต่เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ

ปัจจัยที่ทำให้หลายคนยังลังเล

แม้สิทธิประโยชน์จะน่าสนใจ แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้ลงทุนชะลอการตัดสินใจ

1.) กังวลเรื่องความเสี่ยงของการลงทุน

หลายคนมองว่า "ลดภาษีได้ แต่ถ้าขาดทุนก็ไม่คุ้ม" ซึ่งเป็นมุมมองที่เข้าใจได้ เพราะกองทุน ThaiESG ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงจากภาวะตลาด จึงไม่มีการรับประกันผลตอบแทน ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาหนังสือชี้ชวน ความเสี่ยง และนโยบายการลงทุนก่อนตัดสินใจ

2.) เข้าใจผิดว่าลดภาษีได้เท่ากับได้เงินคืน

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อลงทุนครบตามวงเงิน จะได้รับเงินคืนทั้งหมด ความจริงคือ สิทธิประโยชน์เกิดจากการนำเงินลงทุนไปลดฐานภาษี ทำให้ภาษีที่ต้องชำระลดลงตามอัตราภาษีของแต่ละคน ไม่ใช่การคืนเงินลงทุนทั้งหมด

3.) กังวลเรื่องระยะเวลาการถือครอง

กองทุน ThaiESG มีเงื่อนไขการถือครองตามที่กฎหมายกำหนด หากขายคืนก่อนครบกำหนด อาจทำให้สูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี และอาจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ดังนั้นผู้ลงทุนควรมั่นใจว่าสามารถลงทุนระยะยาวได้

4.) ยังไม่เข้าใจหลัก ESG

บางคนยังสงสัยว่าการลงทุนแบบ ESG ให้ผลตอบแทนดีหรือไม่ ความจริงแล้ว ESG ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลตอบแทนสูงหรือต่ำกว่าการลงทุนทั่วไปเสมอไป แต่เป็นแนวทางการคัดเลือกกิจการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยง และธรรมาภิบาล ซึ่งอาจช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

5.) ยังไม่มีการวางแผนภาษีล่วงหน้า

ผู้เสียภาษีจำนวนมากมักเริ่มหาสิทธิลดหย่อนในช่วงปลายปี ทำให้มีเวลาศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนน้อย และอาจตัดสินใจจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้พิจารณาความเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการลงทุนใน ThaiESG

ThaiESG อาจเหมาะกับผู้ที่มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว ยอมรับความผันผวนของตลาดทุนได้ และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีควบคู่กับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุน
ในทางกลับกัน หากผู้ลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้น ไม่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ หรือยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ การลงทุนเพื่อหวังลดภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนลงทุน

ก่อนตัดสินใจลงทุนใน ThaiESG ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้

  • ศึกษาหลักเกณฑ์การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของปีภาษีนั้นให้ครบถ้วน
  • ตรวจสอบเงื่อนไขการถือครองของกองทุน
  • ประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้
  • เปรียบเทียบนโยบายการลงทุนและค่าธรรมเนียมของแต่ละกองทุน
  • วางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน ไม่ใช่ตัดสินใจจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว

ลดภาษีอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

คำตอบคือ "ไม่เสมอไป" การวางแผนภาษีที่ดีควรพิจารณาร่วมกับการวางแผนการเงินโดยรวม เพราะแม้การลดหย่อนภาษีจะช่วยประหยัดภาษีได้ แต่หากเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตนเอง ก็อาจส่งผลต่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว

ผู้ลงทุนจึงควรแยกให้ออกระหว่าง "สิทธิประโยชน์ทางภาษี" กับ "ผลตอบแทนจากการลงทุน" เนื่องจากเป็นคนละเรื่องกัน การได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีไม่ได้รับประกันว่าการลงทุนจะมีกำไร และผลการดำเนินงานในอดีตก็ไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้

สรุป การเพิ่มสิทธิประโยชน์ของ ThaiESG ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่หลายคนยังลังเล ไม่ได้เกิดจากการไม่เห็นคุณค่าของสิทธิลดหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความกังวลเรื่องความเสี่ยง ความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทุน และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล

ดังนั้ นก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้เสียภาษีควรศึกษาหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษีในปีที่ใช้สิทธิ รวมถึงเงื่อนไขของกองทุนที่เลือกลงทุน ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยง และพิจารณาว่าการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองหรือไม่ เพราะการวางแผนภาษีที่ดี ไม่ใช่เพียงการจ่ายภาษีให้น้อยลง แต่คือการบริหารเงินอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
 
 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting