"ค่าลดหย่อนบุตร" แตกต่างจากสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างไร และหากรัฐต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ควรใช้เครื่องมือใดจึงจะตอบโจทย์มากกว่า
ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอัตราการเกิดลดลง และเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า นโยบายภาษีและสวัสดิการของรัฐสามารถช่วยลดภาระครอบครัวและส่งเสริมการมีบุตรได้มากน้อยเพียงใด
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ “ค่าลดหย่อนภาษีบุตร” ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ผู้เสียภาษีสามารถนำไปหักลดหย่อนภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ขณะเดียวกันก็มีข้อเสนอให้รัฐทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าว เนื่องจากผู้ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว
คำถามสำคัญ จึงเกิดขึ้นว่า ค่าลดหย่อนบุตรแตกต่างจากสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างไร และหากรัฐต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ควรใช้เครื่องมือใดจึงจะตอบโจทย์มากกว่า
ค่าลดหย่อนบุตรคืออะไร
ค่าลดหย่อนบุตร เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐกำหนดให้ผู้เสียภาษีสามารถนำจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนดมาหักออกจากเงินได้สุทธิ ก่อนนำไปคำนวณภาษี
ปัจจุบัน ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมที่เข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยค่าลดหย่อนบุตรมีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร และเป็นแรงจูงใจทางอ้อมให้ประชาชนตัดสินใจมีบุตรมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีไม่ได้หมายความว่ารัฐจ่ายเงินให้ประชาชนโดยตรง แต่เป็นการลดจำนวนภาษีที่ต้องชำระลง ดังนั้นผู้ที่จะได้รับประโยชน์ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากผู้เสียภาษีมีรายได้อยู่ในฐานภาษี 10% การได้รับค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท จะช่วยลดภาษีได้จริงประมาณ 3,000 บาท แต่หากอยู่ในฐานภาษี 20% ก็จะประหยัดภาษีได้ประมาณ 6,000 บาท จะเห็นได้ว่าผลประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของแต่ละบุคคล
สวัสดิการคนรายได้น้อยคืออะไร
ในอีกด้านหนึ่ง สวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ มีลักษณะแตกต่างจากค่าลดหย่อนภาษีอย่างชัดเจน
สวัสดิการเหล่านี้เป็นการโอนความช่วยเหลือจากภาครัฐไปยังประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปเงินสนับสนุน ค่าเดินทาง ส่วนลดค่าสาธารณูปโภค หรือวงเงินช่วยเหลือในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
ผู้ได้รับสิทธิไม่จำเป็นต้องมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี และในหลายกรณีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีรายได้น้อยจนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่แล้ว
ดังนั้น สวัสดิการคนรายได้น้อยจึงเป็นเครื่องมือที่มุ่งช่วยเหลือผู้เปราะบางโดยตรง ขณะที่ค่าลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระทางภาษีให้กับผู้เสียภาษี
ความแตกต่างที่สำคัญ
หากพิจารณาในเชิงนโยบาย จะพบว่าค่าลดหย่อนบุตรและสวัสดิการคนรายได้น้อยมีความแตกต่างกันอย่างน้อย 4 ประเด็นสำคัญ
ประการแรก คือ กลุ่มเป้าหมาย ค่าลดหย่อนบุตรมุ่งไปยังผู้มีรายได้ที่อยู่ในระบบภาษี ขณะที่สวัสดิการคนรายได้น้อยมุ่งไปยังผู้มีรายได้น้อยหรือผู้เปราะบางในสังคม
ประการที่สอง คือ รูปแบบการช่วยเหลือ ค่าลดหย่อนภาษีเป็นการลดภาระภาษี ส่วนสวัสดิการเป็นการให้ความช่วยเหลือโดยตรง
ประการที่สาม คือ ระดับผลประโยชน์ ผู้มีรายได้สูงมักได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีมากกว่าผู้มีรายได้ต่ำ เนื่องจากอยู่ในฐานภาษีที่สูงกว่า แต่สวัสดิการรัฐมักกำหนดวงเงินเท่ากันหรือใกล้เคียงกันสำหรับผู้มีสิทธิ
ประการสุดท้าย คือ ประสิทธิภาพในการลดความเหลื่อมล้ำ นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าสวัสดิการที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ตรงจุดมากกว่า ขณะที่มาตรการลดหย่อนภาษีมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง
เหตุใดรัฐจึงทบทวนมาตรการลดหย่อน
การทบทวนสิทธิลดหย่อนทางภาษีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทุกประเทศต่างประเมินอยู่เสมอว่ามาตรการใดคุ้มค่ากับรายได้ภาษีที่รัฐสูญเสียไป ในมุมมองของภาครัฐ คำถามสำคัญคือ การให้สิทธิลดหย่อนบุตรสามารถกระตุ้นการมีบุตรได้จริงหรือไม่ และช่วยลดภาระครอบครัวได้เพียงพอหรือเปล่า
หากรัฐสูญเสียรายได้ภาษีจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์ด้านประชากรหรือคุณภาพชีวิตไม่ชัดเจน ก็อาจต้องมีการปรับปรุงรูปแบบการช่วยเหลือให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น
หลายประเทศจึงเริ่มเปลี่ยนจากการลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสนับสนุนในรูปแบบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เงินช่วยเหลือรายเดือน หรือบริการสาธารณะด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
แนวทางที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หากรัฐบาลไทยมีการทบทวนมาตรการลดหย่อนบุตรในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกสิทธิประโยชน์ดังกล่าวทันที แต่อาจเป็นการปรับโครงสร้างให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น
แนวทางที่ถูกพูดถึงในวงวิชาการ ได้แก่ การเพิ่มสวัสดิการให้ครอบครัวรายได้น้อย การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การดูแลเด็กเล็ก หรือการให้เงินอุดหนุนที่ไม่ผูกกับฐานภาษี
แนวทางเหล่านี้อาจช่วยให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์มากขึ้น เมื่อเทียบกับระบบลดหย่อนภาษีที่ผู้ไม่มีภาระภาษีไม่สามารถใช้สิทธิได้
สรุป ค่าลดหย่อนบุตรและสวัสดิการคนรายได้น้อยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การช่วยลดภาระทางการเงินของประชาชน แต่ใช้กลไกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยค่าลดหย่อนบุตรเป็นเครื่องมือทางภาษีที่ช่วยลดภาระของผู้มีรายได้ที่อยู่ในระบบภาษี ขณะที่สวัสดิการคนรายได้น้อยเป็นการช่วยเหลือโดยตรงแก่กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย
การทบทวนนโยบายภาษีในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดเก็บรายได้รัฐ แต่เป็นการตั้งคำถามว่างบประมาณที่ใช้ไปสามารถตอบโจทย์ปัญหาสังคมไทยได้มากน้อยเพียงใด หากสามารถออกแบบนโยบายที่ผสมผสานทั้งมาตรการภาษีและสวัสดิการได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ในระยะยาว
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting


