วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯธปท.ชี้ ‘จีดีพี’ ปีนี้ที่ 2.3% ‘ไม่ได้ดี’ แต่ไม่ได้แย่เหมือนที่คิด มอง‘เงินเฟ้อ’ต่ำกว่าคาด

ผู้ว่าธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยที่ 2.3%ปีนี้เป็นตัวเลขที่ไม่ดี และต่ำลงเรื่อยๆหากเทียบกับอดีต แต่ไม่ได้แย่เหมือนที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่เกิดสงคราม แต่การเติบโตไม่ทั่วถึง รายใหญ่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ต่ำกว่าธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่ครัวเรือนยังเปราะบางสูง มองเงินเฟ้อปีนี้ดีกว่าคาด รายเดือนอาจไม่สูงเกิน4.5%

นายวิทัย รัตนากร ผู้วาการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวในงานอบรม โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง(พศส.) ประจำปี 2569 ว่าหากดูภาพรวมเศรษฐกิจไทยมองว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยหรือจีดีพี ปีนี้ที่ระดับ 2.3%ของธปท. แม้สูงจากหลายสำนักเศรษฐกิจคาดการณ์

แต่ระดับที่ 2.3% เป็นตัวเลขที่ “ไม่ดี”และอยู่ในระดับที่ต่ำลงเรื่อยๆ แต่“ไม่ลงไปลึก”หรือแย่เหมือนที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรกที่เกิดผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ที่ธปท.เคยคาดกาณณ์เศรษฐกิจไปต่ำสุดที่ระดับ 1.5%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังประคองตัวอยู่ได้คือความยืดหยุ่น(Resilience)โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัวหาแหล่งวัตถุดิบและพลังงานทดแทน รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงเร็วกว่าที่คิด

แต่อย่างไรก็ตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่ทั่วถึง เป็นลักษณะK-shaped โดยรายใหญ่ยังเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำได้ง่าย ขณะที่รายย่อยและภาคครัวเรือนยังมีความเปราะบางสูงและเข้าไม่ถึงสินเชื่อ นอกจากนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างสังคมสูงวัย(Aging Population)และประสิทธิภาพการผลิตที่ต่ำลง ยังเป็นตัวฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ในส่วนของเสถียรภาพด้านราคา โดยเฉพาะเงินเฟ้อของไทยมีลักษณะเฉพาะที่ขึ้นเร็วและลงเร็วเนื่องจากน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ(CPI)ส่วนใหญ่มาจากภาคพลังงานและอาหาร ที่มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 35% ของตระกร้าทั้งหมด 

แต่ล่าสุด ธปท.ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีลงมาอยู่ที่ 2.4%ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ล่าสุด จากเดิม 2.8%เนื่องจากมองว่าเงินเฟ้ออาจจะไม่ถึง 2.8% และจะไม่เห็นตัวเลขรายเดือนพุ่งสูงถึง 4.5% ตามที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้

"สิ่งที่แบงก์ชาติและนักเศรษฐศาสตร์กังวลมากที่สุดคือการคาดการณ์เงินเฟ้อ(Inflation Expectation)ที่อาจนำไปสู่การปรับขึ้นค่าแรงและราคาสินค้าเป็นวงจร(Wage-Price Spiral)แต่สำหรับประเทศไทย โอกาสเกิดวงจรดังกล่าวยังมีจำกัด เนื่องจากระบบการปรับค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ปรับตัวขึ้นทันทีตามเงินเฟ้อเหมือนในต่างประเทศ”

สำหรับการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบัน ภายใต้เงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับสูง การใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อแก้เงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมัน(Supply Driven)โดยตรงนั้นทำได้ยาก ธปท.จึงต้อง Look Through หรือการมองข้ามความผันผวนระยะสั้นจากฐานราคาพลังงานไป 

ในปัจจุบัน ธปท. จึงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ ที่1%เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าสถาบันการเงินยังมีความเข้มแข็งและไม่เกิดวิกฤตซ้ำรอยปี 2540