ผู้ว่าธปท.รับถก BNPL ซื้อก่อนผ่อนทีหลังยากและซับซ้อนสูง แต่ต้องคุม หวั่นวัยรุ่นก่อหนี้รวดเร็ว คาดเห็นบางเกณฑ์ออกมาใช้ได้ภายในปีนี้ทันที
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ กล่าวในงานอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง(พศส.)ประจำปี 2569 ปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างเร่งหารือกับหน่วยงาน หรือที่เกี่ยวข้องกับ “สินเชื่อซื้อก่อนผ่อนทีหลัง” Buy Now Pay Later(BNPL) ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มส่งผลต่อวินัยการเงินของกลุ่มเยาวชน หรือวัยรุ่นของไทยให้ก่อหนี้รวดเร็ว
โดยหลังจากหารือและศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นตอนถัดไปจะเป็นช่วงของการเปิดรับฟังความคิดเห็น(Public Hearing)ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะมีบางส่วนที่สามารถเริ่มเข้าไปกำกับได้ทันทีภายในปีนี้
“วันนี้เรามี 3ขั้นตอนหลัก ขึ้นตอนแรกหารือกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมและสรุปแนวทางภายในเพื่อขออนุมัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สองคือการจัดทำ Hearing ซึ่งตามกฎหมายใหม่ต้องทำ 2 ครั้งรวมเวลา 30 วันทำให้กระบวนการนี้จะใช้เวลาเกือบ 3 เดือน และการประกาศบังคับใช้ ซึ่งอาจมีการทอดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวหรือยื่นขอใบอนุญาตตามความจำเป็น ซึ่งบางอย่างจะสามารถออกเกณฑ์ออกมาควบคุมได้ภายในปีนี้ทันที”
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการกำกับดูแล BNPL มีความยากและซับซ้อนสูงมาก เนื่องจากผู้ประกอบการมีความหลากหลายและมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน
อาทิ ผู้ประกอบการบางรายให้วงเงินก่อนแล้วจึงให้ไปซื้อสินค้า บางรายให้เป็นวงเงินที่สามารถกดเป็นเงินสดออกมาได้ บางรายเป็นเจ้าของสินค้าเองแล้วให้ลูกค้าผ่อนชำระ บางรายเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นำสินค้าของผู้อื่นมาให้ผ่อนบนแอปพลิเคชันของตน
“ตอนนี้เรากำลังเร่งพิจารณาหลักเกณฑ์ แต่ยอมรับว่ายากและซับซ้อนสูงมาก เช่นหากเราจะไปกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการใช้ BNPL ไว้ที่ 200 บาท อาจกลายเป็นการกระตุ้นให้คนที่เดิมจะซื้อของเพียง 100 บาท ต้องไปหาซื้อของเพิ่มอีกชิ้นเพื่อให้ครบ 200 บาทเพื่อให้ใช้สิทธิ์ผ่อนได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการบริโภคเกินตัวโดยไม่ตั้งใจ หรือหรือหากมีการห้ามสินค้าบางประเภท ผู้ผลิตสินค้านั้นๆก็อาจได้รับผลกระทบและเกิดการคัดค้านได้”
ทั้งนี้ ปัญหาที่ซับซ้อนของ BNPL ยังมาจากเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ก็เป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่งไม่ได้มีสถานะเป็นสถาบันการเงิน ทำให้ ธปท.ไม่มีอำนาจกำกับดูแลโดยตรง
จึงต้องพิจารณาว่าจะเข้าควบคุมที่ตัวผู้ปล่อยสินเชื่อแทน ซึ่งแต่ละรายก็มีวิธีการปล่อยสินเชื่อที่ไม่เหมือนกัน


