วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

คลังยัน! ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง ร้านค้าที่เข้าร่วม ไทยช่วยไทย พลัส

โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้นโครงการได้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง การนำข้อมูลการขายหรือข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการไปใช้ในการตรวจสอบและ เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

เพื่อลดความกังวลดังกล่าว กระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะไม่ถูกนำข้อมูลไปใช้ในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเหมือนที่หลายฝ่ายกังวล

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ไม่ใช่การสร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ร้านค้า

คลังยืนยันชัด ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง

ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยนำข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือประชาชนของภาครัฐในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง หรือโครงการชิมช้อปใช้ ไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง และโครงการไทยช่วยไทย พลัส ก็ใช้หลักการเดียวกัน

การชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีกระแสความกังวลในสังคมออนไลน์ว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอาจถูกตรวจสอบรายได้ย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกผ่านระบบการชำระเงินของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และขอให้ผู้ประกอบการมั่นใจในการเข้าร่วมโครงการ

การยืนยันครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะร้านค้าขนาดเล็ก ร้านอาหาร ร้านโชห่วย และผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก หากผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ ก็อาจทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถกระจายไปสู่ชุมชนได้อย่างเต็มที่

ไทยช่วยไทย พลัส กับเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ

โครงการไทยช่วยไทย พลัส ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน โดยรัฐบาลร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% ส่งผลให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง ขณะเดียวกันร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

แนวคิดสำคัญของโครงการคือ การกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะในระดับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า หลังเปิดใช้งานโครงการเพียงไม่นาน มีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิจำนวนมาก และเกิดยอดใช้จ่ายสะสมหลายพันล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการรายย่อย

ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กในต่างจังหวัด มักมีความกังวลเกี่ยวกับภาระทางภาษีและขั้นตอนทางราชการ จึงลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการของรัฐ การที่กระทรวงการคลังออกมายืนยันว่าไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลัง จึงถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นที่สำคัญ ทำให้ร้านค้าจำนวนมากตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ภาครัฐยังได้พัฒนาระบบการสมัครและการใช้งานให้สะดวกมากขึ้น เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐ โดยเฉพาะสำหรับร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากนัก ผลที่ตามมาคือ การขยายตัวของจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนทั่วประเทศ

เตือนร้านค้าห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

แม้ว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส แต่กระทรวงการคลังได้ย้ำเตือนร้านค้าทุกแห่งว่า ห้ามปรับขึ้นราคาสินค้าหรือบริการสำหรับลูกค้าที่ใช้สิทธิในโครงการ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของโครงการคือ การลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน หากร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา ก็จะทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของมาตรการ

หากพบว่ามีการขายสินค้าเกินราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค ประชาชนสามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าตรวจสอบได้ และหากพบความผิดจริง ร้านค้าอาจถูกดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการ รวมถึงอาจถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมในอนาคต

ผลดีต่อเศรษฐกิจฐานราก

หนึ่งในจุดแข็งของ โครงการไทยช่วยไทย พลัส คือการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเม็ดเงินจากภาครัฐไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ แต่กระจายไปยังร้านค้าในชุมชนทั่วประเทศ

เมื่อประชาชนมีแรงจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และแรงงานในท้องถิ่นได้รับประโยชน์ร่วมกัน

นอกจากนี้ การที่ร้านค้าจำนวนมากเข้าสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัล ยังช่วยยกระดับการค้าปลีกของไทยให้ทันสมัยมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนอื่นๆ ของภาครัฐในอนาคต

สรุป การที่กระทรวงการคลัง ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าจะ ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส ถือเป็นการคลายความกังวลของผู้ประกอบการทั่วประเทศ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้ารายย่อยในการเข้าร่วมมาตรการของรัฐมากขึ้น

โครงการไทยช่วยไทย พลัส ไม่เพียงเป็นมาตรการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ และสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน โดยร้านค้าต้องรักษาความเป็นธรรมด้านราคา ขณะที่ประชาชนใช้สิทธิอย่างถูกต้อง เพื่อให้มาตรการดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
 
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting