"หุ้นไทย" เช้านี้ (2 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,592.22 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.99 จุด หรือ 0.25% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กาตาร์ที่มีแนวโน้มเชิงบวก และถ้อยแถลงของประธานเฟดที่มองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย
"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (2 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,592.22 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.99 จุด หรือ 0.25% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,596.33 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,583.28 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 52,561.69 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- SCB ราคาปิด 153.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท หรือ 3.73% มูลค่าซื้อขาย 7,054.21 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 231.00 บาท เพิ่มขึ้น 13.00 บาท หรือ 5.96% มูลค่าซื้อขาย 5,741.92 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 189.50 บาท เพิ่มขึ้น 9.50 บาท หรือ 5.28% มูลค่าซื้อขาย 3,168.38 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.61% มูลค่าซื้อขาย 2,940.94 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.63% มูลค่าซื้อขาย 2,694.93 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้แรงหนุนจากการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ประเทศกาตาร์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณข้อสรุปทางบวก ยืนยันที่จะใช้มาตรการทางการทูตกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม
ตลาดยังรอการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐประจำเดือน มิ.ย. ปี 2569 เพื่อประเมินวงจรดอกเบี้ย แม้ถ้อยแถลงของประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย แต่เฟดยังคงเน้นเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวที่ 2%
ด้านปัจจัยภายในประเทศมีแนวโน้มเชิงบวกจากการที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระแรก ซึ่งหนุนความต่อเนื่องในการใช้จ่ายของรัฐบาล
นอกจากนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของไทยหรือ พีเอ็มไอ ประจำเดือน มิ.ย. ปี 2569 อยู่ในระดับขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้อนุมัติให้บริษัท มาสด้า ร่วมลงทุนผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหนุนหุ้นกลุ่มลงทุน
ในระยะต่อไป คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,577-1,572 จุด แนวต้านอยู่ที่1,600-1,610 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือรายงานภาคแรงงานสหรัฐคืนนี้ ซึ่งตลาดยังคงเฝ้ารอประเมินภาวะเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายทางการเงินต่อไป
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ IVL เนื่องจากคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น พลิกทำกำไรจากราคาเม็ดพลาสติกชนิดพีอีทีที่ฟื้นตัว ต่อมาแนะนำ AOT ได้รับผลกระทบจากสงครามจำกัด ผู้ใช้บริการขยายตัวเพิ่มขึ้น และมีการปรับเพิ่มภาษีสนามบิน รวมถึงแนะนำ BH ผู้ใช้บริการหลังสงครามเริ่มฟื้นตัว คาดกำไรประคองทรงตัวได้





