วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

โบรก อัพเกรด AOT เป็น OUTPERFORM เป้าใหม่ 72 บาท ลุ้นกำไรโต หลังเดินหน้าขึ้นค่า PSC

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น AOT เป็น OUTPERFORM พร้อมขยับราคาเป้าหมายเป็น 72 บาท จากเดิม 58 บาท มองกำไรปี 2570 เติบโต 57% จากการปรับขึ้นค่า PSC และมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากแผนเพิ่มรายได้ในธุรกิจการบินและการขยายสนามบิน

KEY POINTS

  • บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น AOT เป็น OUTPERFORM จาก NEUTRAL และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 72 บาท จากเดิม 58 บาท
  • ปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้กำไรในปี 2570 เติบโตก้าวกระโดด 57%
  • AOT มีแผนเพิ่มรายได้ในอนาคต โดยกำลังศึกษาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงและจอดอากาศยาน และการจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer)
  • การขึ้นค่า PSC จะทำให้ AOT มีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับแผนการลงทุนขยายสนามบินในอีก 5 ปีข้างหน้าโดยไม่จำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่ม
  • ราคาเป้าหมายใหม่สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป, การปรับฐานการประเมินมูลค่า และการเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตระยะยาว

แนวโน้มผลประกอบการ AOT หรือ  คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงถัดไป โดยโมเมนตัมกำไรมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ขาขึ้นใน ไตรมาส 4 ปี 2569 จากปัจจัยสนับสนุนด้านรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น และการเดินหน้ามาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารรายได้ในธุรกิจการบิน รวมถึงแผนปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมในอนาคต

ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร นักวิเคราะห์อาวุโส บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารของ AOT ได้กล่าวถึงแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรายได้ของธุรกิจการบิน โดยภายหลังจากการปรับขึ้นค่า PSC ขาออกระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา AOT กำลังศึกษาอีก 2 มาตรการ ได้แก่

1) การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยาน 9% ของรายได้รวม ซึ่งไม่ได้มีการปรับมาตั้งแต่ปี 2551 และปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาคราว 30-50% 

โดย AOT คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาราว 6 เดือน จากนั้นจะยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อขออนุมัติ ตามด้วยการแจ้งล่วงหน้า 4 เดือนก่อนเริ่มดำเนินการ

2) การจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/transfer ซึ่งมีจำนวน 4.9 ล้านคน ในปี 2568) อย่างไรก็ตาม AOT คาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานกว่า เนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมาย เพราะประเทศไทยไม่เคยจัดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ แต่เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานทั่วโลก 

นอกจากนี้ AOT คาดว่าโครงการผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้ารายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA, AOT ถือหุ้น 49%) เป็นผู้ชนะการประมูล จะได้รับอนุมัติจาก ครม. ภายในระยะเวลาใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม แผนขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารมีความชัดเจนมากขึ้น ตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว AOT ได้กล่าวถึงแผนแม่บทในการขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบันที่ 116 ล้านคนต่อปี เป็น 211 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2588 โครงการที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในระยะสั้น ได้แก่ โครงการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3 เราเชื่อว่าการปรับขึ้นค่า PSC จะทำให้ AOT มีกระแสเงินสดเพียงพอสนับสนุนการลงทุนเหล่านี้โดยไม่จำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเติมอย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้า 

โดยหลังจาก AOT ปรับขึ้นค่า PSC บริษัทมีความพร้อมในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งเรามองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่โครงการจะล่าช้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้ AOT สามารถขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในอนาคตได้ตามแผนเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น OUTPERFORM จาก NEUTRAL แม้เราคาดว่ากำไรไตรมาส 3 ของปี 2569 จะอ่อนแอจากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่เชื่อว่าโมเมนตัมกำไรของ AOT จะกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในไตรมาส 4 ของปี 2569 และเติบโตก้าวกระโดดที่ 57% ในปี 2570 หลักๆ เกิดจากการปรับขึ้นค่า PSC 

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่ออัพไซด์ของกำไรซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรเชิงโครงสร้าง ในขณะที่การขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่ดำเนินการอยู่นั้นจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว เราปรับราคาเป้าหมายของ AOT เพิ่มขึ้นเป็น 72 บาท จาก 58 บาท เพื่อสะท้อนถึง

1) การปรับประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปเพิ่มขึ้น 2-4% โดยได้แรงหนุนจากการดำเนินงานของ AOTGA (AOT จะได้รับค่าสัมปทานและรับรู้ผลการดำเนินงานตามสัดส่วนการถือหุ้น 49%) 

2) การปรับฐานที่ใช้ประเมินมูลค่าจากสิ้นปี 2569 เป็นกลางปี 2570 และ 

3) การปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตระยะยาวจาก 1.5% เป็น 2% โดยใช้ WACC ที่ 8% 

ปัจจุบันหุ้น AOT ซื้อขายที่ PE 48 เท่า ในปี 2569 ซึ่งจะลดลงมาอยู่ที่ 30 เท่า ในปี 2570 เมื่อรับรู้ผลจากการปรับขึ้นค่า PSC เต็มปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (36 เท่า) อัพไซด์ของกำไร ได้แก่ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยานอีก 30-50% เราประเมินว่า กำไรจะปรับขึ้นได้อีก 6-9% (อิงกับประมาณการกำไรปี 2570) และการเริ่มเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (transit/transfer) ซึ่งหากใช้สมมติฐานค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อคน เราประเมินว่ากำไรปรับขึ้นได้อีก 1%