วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘2 กูรู’ ส่อง ‘หุ้นไทย’ ครึ่งหลังปี 69 ยกกลุ่มพื้นฐานเอไอ-มั่นคงพลังงานเด่น 

บล.กรุงศรี มองดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569 มีโอกาสแตะ 1,700 จุด รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่ในเอเชีย ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI การย้ายฐานการผลิต และความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมแนะสะสม GULF, WHA และ BBL ขณะที่ บล.กสิกรไทย แม้มองตลาดครึ่งปีหลังเหนื่อยขึ้น แต่เชื่อไทยมีศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลางดาต้าเซนเตอร์แห่งใหม่ของภูมิภาค แนะใช้จังหวะตลาดย่อตัวทยอยสะสมหุ้นธีม AI และ Data Center อย่าง KCE และ WHAUP รับเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาว

KEY POINTS

  • บล.กรุงศรี คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569 มีเป้าหมายสูงสุดที่ 1,700 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุน (Investment Boom) ครั้งใหญ่ในเอเชีย ซึ่งขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐาน AI, การย้ายฐานการผลิต และความมั่นคงทางพลังงาน
  • บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน ได้แก่ GULF (โรงไฟฟ้ารองรับ Data Center) และ WHA (นิคมอุตสาหกรรม) รวมถึงหุ้นกลุ่ม Value Play อย่าง BBL
  • บล.กสิกรไทย ประเมินว่าภาพรวมครึ่งปีหลังจะ “เหนื่อย” ขึ้น แต่ชี้ว่าประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นศูนย์กลาง “ดาต้า เซนเตอร์” แห่งใหม่ของภูมิภาค แทนที่สิงคโปร์ และมาเลเซีย
  • บล.กสิกรไทย แนะกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” หุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้า เซนเตอร์ โดยยกให้ KCE (แผงวงจร PCB ขั้นสูง) และ WHAUP (ขายน้ำสำหรับระบายความร้อนในดาต้า เซนเตอร์) เป็นหุ้นที่น่าสนใจ

“บล.กรุงศรี” มองเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ไทยสวนกระแสถูกปรับ “จีดีพีขึ้น” ชี้เอเชียเข้าสู่ยุค Investment Boom รอบใหญ่สุดในรอบ 20 ปี อานิสงส์โครงสร้างพื้นฐาน AI การย้ายฐานผลิต และความมั่นคงพลังงาน พร้อมเปิดโผเป้าดัชนีสูงสุด 1,700 จุด “บล.กสิกรไทย” ประเมินภาพรวมครึ่งปีหลังเริ่ม “เหนื่อย” กว่าครึ่งปีแรก แต่ในความไม่แน่นอน “ไทย” มีลุ้นเป็นศูนย์กลาง “ดาต้า เซนเตอร์” แห่งใหม่แทน “สิงคโปร์-มาเลเซีย” แนะกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน “เอไอ”

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS กล่าวในงานสัมมนา Thailand Investment Forum 2026 The Resilience of Wealth พลิกกลยุทธ์ ฝ่าโลกป่วน สร้างความมั่งคั่ง โดย “กรุงเทพธุรกิจ” ในช่วง The Master’s Strategy : ผ่าสนามการลงทุน 2026 สร้างพอร์ตแกร่ง ว่า ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก (Global Growth) มีแนวโน้มชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ในช่วงต้นปี 2569 ด้วยปัจจัยหลักมาจาก ภาวะสงคราม และราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความไม่แน่นอน และทำให้หลายประเทศถูกปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกลับถูกปรับประมาณการ GDP ดีขึ้น เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มมีความชัดเจน และสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นเป็นลำดับ

ในด้าน “เงินเฟ้อและดอกเบี้ย” มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) น่าจะเลือก “ตรึงดอกเบี้ย” ไว้ก่อนแม้หลายคนจะกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่เราเห็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อที่เกิดจาก “ภาษีนำเข้า” (Tariffs) ที่เคยพุ่งสูงในช่วงปีที่แล้วเริ่มคลายตัวลง แม้จะมีมาตรการมาตรา 301 แต่ผลกระทบก็ไม่ต่างจากช่วงต้นปีมากนัก

นอกจากนี้ Fed ยังให้ความสำคัญกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดปัจจัยชั่วคราวออก (TMVTC) ซึ่งเทรนด์กำลังลดลงสู่ระดับ 2% ในช่วงปลายปี ผมจึงคาดว่าปีนี้มีโอกาสเห็นการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง โดย Fed อาจส่งสัญญาณในช่วงงานสัมมนาที่ Jackson Hole ปลายเดือนส.ค. โดยปัจจัยตัดสินใจหลักคือ ตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการจ้างงานชั่วคราว (เช่น ช่วงฟุตบอลโลก) ที่ทำให้ภาพรวมดูแข็งแกร่งกว่าความเป็นจริง แต่ในรายละเอียดพบว่าการเปิดรับงานใหม่ (Job Demand) มีเทรนด์ลดลง ซึ่งจะสะท้อนผลชัดเจนในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า

อีกหนึ่งจุดนี้สำคัญมาก มองว่าเอเชียกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุน (Investment Boom) รอบใหญ่ในรอบ 20 ปี เราไม่เคยเห็นการเร่งลงทุนขนาดใหญ่ในเอเชียแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2002 ปัจจัยผลักดันมาจาก 3 เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อน 1. AI Infrastructure การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI 2.Reshoring กระแสการย้ายฐานการผลิตเพื่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และ 3.Energy Security ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเทรนด์นี้กำลังทำให้ “ตลาดหุ้นเอเชีย” เริ่มกลับมาน่าสนใจกว่าฝั่งสหรัฐ

ขณะที่ กลยุทธ์การลงทุน และหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง 2569 มองกรอบดัชนี SET INDEX ไว้ที่ 1,500-1,700 จุด แม้ช่วงแรกตลาดอาจจะไซด์เวย์ แต่มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีโอกาสปรับตัวมากขึ้น หากการลงทุนภาครัฐเริ่มขับเคลื่อน 

ดังนั้น หุ้นที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน และกลุ่มที่เป็น Value Play เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ในฐานะ Value Play ที่ผลประกอบการจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้ประโยชน์จากการลงทุนโรงไฟฟ้าที่รองรับการเติบโตของ Data Center และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA โดยได้ประโยชน์จากทั้งนิคมอุตสาหกรรม และการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คงต้องบอกว่าครึ่งปีหลัง “เหนื่อย” กว่าครึ่งปีแรกแน่นอน ด้วยเพราะว่าในช่วงครึ่งปีแรกต้องบอกว่ากำไรบริษัท (Micro) และภาพรวมเศรษฐกิจ (Macro) เดินหน้าไปด้วยกันได้ดี แต่ครึ่งปีหลังจะเริ่ม “เหนื่อย” ขึ้น เพราะมูลค่าหุ้นเริ่มตึงตัว สิ่งที่น่าจับตาคือ ROE หรือผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นของหุ้นเทคโนโลยีกลุ่มผู้นำกำลังจะแตะจุดสูงสุด และอาจเริ่มปรับลดลงในปีหน้า ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

แต่นี่ไม่ใช่จุดจบแต่มันคือ การเปลี่ยนผ่าน จากเดิมที่เป็นกลุ่ม “Magnificent 7” ตอนนี้เริ่มมีการคัดกรองเหลือเพียงตัวที่แกร่งจริงๆ และเงินลงทุนมหาศาลกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์ จากยักษ์ใหญ่ (Hyper Scalers) กำลังไหลมาที่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เพื่อผลิตฮาร์ดแวร์รองรับ AI

ขณะที่ ภาพของตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังมีโอกาส “ไซด์เวย์” แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอน มองประเทศไทยมีโอกาสสูงมากในการเป็นศูนย์กลางใหม่ของภูมิภาค โดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของไทยคือ Data Center ที่ปัจจุบันสิงคโปร์พื้นที่เต็ม และมาเลเซียเริ่มอิ่มตัว หลังโตขึ้นมา 300-400% ดังนั้น เป้าหมายถัดไปคือ ไทยและเวียดนาม ซึ่งจะนำมาซึ่งการลงทุน 4 เฟส 1.การขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม 2. การก่อสร้าง 3. การขายไฟฟ้า และ 4. การใช้น้ำเพื่อระบายความร้อน

นอกจากนี้ หลายคนอาจไม่ทราบว่าไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรม Photronics (การส่งข้อมูลด้วยแสง) และ PCB สูงมาก ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทระดับโลก 3 แห่งที่มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำคัญอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูงของ TSMC ด้วยหากเราเร่งเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนจาก BOI ให้กลายเป็น GDP ได้จริง สิ่งนี้จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของเรา

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้จับตาหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI Infrastructure และ Data Center ครับ ผมมองว่าการปรับฐานของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์รอบนี้เป็นโอกาส “ย่อซื้อ” โดยเฉพาะบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ที่จะได้ประโยชน์จากเทรนด์ PCB ขั้นสูง และกลุ่มที่ขายน้ำดิบให้อุตสาหกรรม อย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เนื่องจาก Data Center ต้องใช้น้ำมหาศาลในการระบายความร้อน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์