หุ้นท่องเที่ยวกอดคอบวก AOT พุ่งนำ 2.59% โบรกเผยรับแรงหนุนจากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของภาครัฐ ผสานปัจจัยบวกจากเงินบาทอ่อนค่าและความเชื่อมั่นการเดินทางระหว่างประเทศที่ฟื้นตัว
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว 7 บริษัทปรับตัวขึ้น โดย AOT เป็นผู้นำบวก 2.59% ตามด้วย MINT, ERW, BA, THAI, CENTEL และ SPA
- โบรกเกอร์ชี้ว่าปัจจัยหนุนมาจากการคาดการณ์มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น โครงการคล้าย "เที่ยวคนละครึ่ง" และ "ซื้อตั๋ว 1 แถม 1" สำหรับชาวต่างชาติเพื่อส่งเสริมเมืองรอง
- เงินบาทที่อ่อนค่าทะลุระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกคุ้มค่าและกระตุ้นการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในตะวันออกกลาง และการที่อังกฤษกับออสเตรเลียลดระดับเตือนภัยการเดินทาง ช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวระหว่างประเทศผ่อนคลายขึ้น
- กลุ่มโรงแรม (ERW, CENTEL) ได้รับประโยชน์จากบาทอ่อนมากที่สุด รองลงมาคือสนามบิน (AOT) ส่วน MINT ได้ประโยชน์เพิ่มจากการแปลงรายได้จากธุรกิจในยุโรปกลับเป็นเงินบาท
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 24 มิ.ย.2569 หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวขึ้น นำโดย
- หุ้น AOT บวก 2.59% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 59.50 บาท
- หุ้น MINT บวก 2.49% เพิ่มขึ้น 0.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 24.70 บาท
- หุ้น ERW บวก 2.08% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.94 บาท
- หุ้น BA บวก 1.16% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.50 บาท
- หุ้น THAI บวก 0.83% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.10 บาท
- หุ้น CENTEL บวก 0.70% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 35.75 บาท
- หุ้น SPA บวก 0.65% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.12 บาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในรอบนี้ได้รับแรงหนุนจากทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันทั้งมาตรการ Co-payment ในลักษณะใกล้เคียงกับโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงแนวคิด “ซื้อตั๋ว 1 แถม 1” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อจูงใจให้เดินทางไปยังเมืองรองมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม
ขณะเดียวกัน ปัจจัยต่างประเทศเริ่มกลับมาสนับสนุนภาคท่องเที่ยวมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในโซนตะวันออกกลาง ประกอบกับประเทศมหาอำนาจอย่าง อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ได้ปรับลดระดับการเตือนภัยในการเดินทางเข้าพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้บรรยากาศการเดินทางระหว่างประเทศเริ่มผ่อนคลายลง นอกจากนี้ สายการบินบางแห่งยังออกแพ็กเกจประกันภัยครอบคลุมกรณีตกเครื่อง เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทางเพิ่มเติม
นอกจากนี้เงินบาทที่อ่อนค่ายังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดเคลื่อนไหวทะลุระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสอ่อนค่าต่อไปสู่ระดับ 34-35 บาท โดยมองว่าแม้ค่าเงินอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทาง แต่จะช่วยเพิ่มความรู้สึกคุ้มค่าให้กับประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ และกระตุ้นให้ผู้ที่มีแผนเดินทางอยู่แล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วง High Season
สำหรับผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรม จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะ ERW และ CENTEL จากโอกาสที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มการใช้จ่ายในโรงแรม หรืออาจขยายระยะเวลาการเข้าพักนานขึ้น ขณะที่ AOT จะได้อานิสงส์ในเชิงปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกประเทศมากขึ้น ส่วน สายการบินแม้จะได้ประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ยังถูกจำกัดด้วยต้นทุนที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เช่น ค่าน้ำมันเครื่องบินและค่าใช้จ่ายด้านบริการบางส่วน ทำให้ได้รับผลบวกน้อยกว่ากลุ่มโรงแรมและสนามบิน
ขณะที่ MINT ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นเด่นที่น่าสนใจจากการมีฐานธุรกิจโรงแรมในยุโรป ซึ่งจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากการแปลงรายได้ต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาทในช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า





