บล.เอเซีย พลัส เผย โควิดกลับมาระบาดแรง ดันจำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 มองเป็นบวกต่อหุ้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะ BCH และ BDMS ที่พึ่งพาผู้ป่วยในประเทศ ขณะที่ฤดูฝนและโรคทางเดินหายใจหนุนผลประกอบการครึ่งปีหลัง แนะสะสม BCH, BDMS และ PR9 รับกำไรฟื้นตัวหลังผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
KEY POINTS
- จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายสัปดาห์ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยบวกและสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
- โรงพยาบาลที่พึ่งพาผู้ป่วยในประเทศเป็นหลัก เช่น BCH และ BDMS คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง ส่งผลให้ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
- การเข้าสู่ฤดูฝนที่เร็วกว่าปกติและการระบาดของโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ
- ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มโรงพยาบาลได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และแนะนำ "ซื้อ" หุ้น BCH, BDMS และ PR9 เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างเต็มที่
จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายสัปดาห์กลับมาเร่งตัวต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีฐานผู้ป่วยในประเทศสูง ขณะที่การเข้าสู่ฤดูฝนและการระบาดของโรคทางเดินหายใจมีแนวโน้มหนุนผลประกอบการครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ
นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล CFA,CISA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและทางเทคนิค บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า จำนวนผู้ป่วย COVID-19 รายสัปดาห์กลับมาเร่งตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.2569 เป็นต้นมา และทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยในช่วงวันที่ 7-13 มิ.ย.2569 มีผู้ป่วยรายใหม่ 1,231 ราย ขณะที่ผู้ป่วยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ คิดเป็นสัดส่วนราว 46%
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่พึ่งพาผู้ป่วยในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะ BCH ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทยสูงราว 87% ของรายได้โรงพยาบาลรองลงมาคือ BDMS ที่ประมาณ 69% ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการเดือน พ.ค. และ มิ.ย.2569 ฟื้นตัว MoM จากฐานรายได้เดือน เม.ย.2569 ที่อ่อนตัวตามฤดูกาลจากช่วงวันหยุดยาว
ขณะเดียวกันฤดูฝนปีนี้ที่มาเร็วกว่าปกติและมีฝนตกต่อเนื่อง เอื้อต่อการระบาดของโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ แม้ระดับผู้ป่วยยังต่ำกว่าปีก่อน แต่เริ่มเห็นการเร่งตัวขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงแรงหนุนต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจและสอดคล้องกับช่วงเด็กเปิดเทอมที่มักเร่งการแพร่ระบาดของโรค
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า กลุ่มโรงพยาบาลได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดย BCH และ BDMS แม้มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางคิดเป็นเพียง 4% ของรายได้โรงพยาบาลทำให้ได้อานิสงส์เชิง Sentiment จากสถานการณ์สงครามอิหร่านที่คลี่คลายน้อยกว่ากลุ่มที่พึ่งพาผู้ป่วยดังกล่าวเป็นหลักอย่าง BH และ PR9 ซึ่งคิดเป็นราว 27% และ 10% ของรายได้โรงพยาบาลตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สงครามที่ผ่อนคลายลงส่งผลบวกทางอ้อม ทั้งต่อการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติอื่นๆ ที่สะดวกขึ้น และแรงกดดันทางเศรษฐกิจในประเทศที่ลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วยที่เคยเลื่อนการรักษาหรือผ่าตัดไม่เร่งด่วนก่อนหน้ามีแนวโน้มกลับมาใช้บริการมากขึ้นหนุนอุปสงค์ฟื้นตัวและผลักดันผลประกอบการครึ่งหลังเติบโตแข็งแกร่งมากขึ้น
โดบคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงพยาบาล “เท่าตลาด” โดยมองว่า ราคาหุ้นโรงพยาบาลที่เน้นฐานลูกค้าคนไทยเป็นหลักยัง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่ม ส่งผลให้ยังมี Upside เปิดกว้างในระยะถัดไป ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” BCH โดยประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF อยู่ที่ 11.00 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 18% และ BDMS ประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ 23.00 บาท ซึ่งมี Upside ราว 26% สำหรับ PR9 ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างเต็มที่โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 22.00 บาท





