ประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมหลายรายการ สามารถใช้สิทธิอะไรได้บ้าง เบิกได้เท่าไร และเงื่อนไขเป็นอย่างไร สรุปมาให้แล้ว เข้าใจง่าย
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมีข่าวดี เพราะสำนักงานประกันสังคมมีการ “เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม” หลายรายการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้เข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมได้มากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าฟันคุด ฟันปลอม และรากฟันเทียม ที่ก่อนหน้านี้หลายคนต้องจ่ายเองจำนวนมาก
การปรับสิทธิครั้งนี้ ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ของสิทธิทำฟันประกันสังคม หลังจากใช้วงเงินเดิมมานาน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้สามารถใช้สิทธิอะไรได้บ้าง เบิกได้เท่าไร และเงื่อนไขเป็นอย่างไร บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ครบในที่เดียวดังนี้
ใครใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมได้บ้าง
ผู้ที่จะใช้สิทธิทันตกรรมประกันสังคมได้ ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 และมีเงื่อนไขดังนี้
- ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนรับบริการ
- หากลาออกจากงาน สิทธิยังคุ้มครองต่อเนื่องไม่เกิน 6 เดือน
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกทันตกรรมที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม
สิทธิพื้นฐานยังคงเดิม อุด ขูด ถอน ทำได้
สิทธิพื้นฐานที่ผู้ประกันตนคุ้นเคยยังคงใช้ได้เหมือนเดิม ได้แก่
- อุดฟัน
- ขูดหินปูน
- ถอนฟัน
- ผ่าฟันคุด
โดยกรณีเข้ารับบริการในคลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ จะใช้วงเงินรวม 900 บาทต่อปี และหลายแห่งสามารถ “ไม่ต้องสำรองจ่าย” ได้ทันที
แต่ในปี 2569 มีการขยายสิทธิในโรงพยาบาลรัฐเพิ่มเติม เช่น เกลารากฟัน ขลิบและแต่งกระดูกก่อนใส่ฟันปลอม ซึ่งเป็นบริการที่ก่อนหน้านี้หลายคนต้องจ่ายเพิ่มเอง
เพิ่มสิทธิ “ผ่าฟันคุด” แยกวงเงินใหม่
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ สิทธิผ่าฟันคุดถูกแยกออกจากวงเงิน 900 บาทเดิม ทำให้ผู้ประกันตนไม่ต้องเอาค่าผ่าฟันคุดไปรวมกับการอุดหรือขูดหินปูนเหมือนที่ผ่านมา
อัตราใหม่มีดังนี้
- ผ่าฟันคุดทั่วไป เบิกได้สูงสุด 1,500 บาทต่อซี่
- ผ่าฟันคุดซับซ้อน เช่น ต้องกรอกระดูก เบิกได้สูงสุด 2,500 บาทต่อซี่
หากเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐหรือหน่วยบริการที่ทำข้อตกลง อาจไม่ต้องจ่ายเพิ่มตามเงื่อนไขของสถานพยาบาล ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ต้องผ่าฟันคุด เพราะค่าใช้จ่ายจริงในปัจจุบันอาจสูงหลายพันบาทต่อซี่
ฟันปลอม เบิกได้เพิ่มมากขึ้น
อีกหนึ่งสิทธิที่ถูกปรับเพิ่ม คือ “ฟันปลอมชนิดถอดได้” โดยเดิมวงเงินค่อนข้างจำกัด แต่ปี 2569 มีการขยายวงเงินให้ครอบคลุมมากขึ้น สิทธิใหม่แบ่งตามลักษณะการรักษา เช่น
- ฟันปลอมบางส่วน เบิกได้ประมาณ 1,500 บาท
- ฟันปลอมทั้งปาก เบิกได้สูงสุดประมาณ 6,000 บาท
- ค่าซ่อมฟันปลอม เบิกได้ 900 บาทต่อครั้ง
และยังคงใช้สิทธิได้ภายในระยะเวลา 5 ปีตามเงื่อนไขเดิม การเพิ่มวงเงินครั้งนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกันตนได้มาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่
เพิ่มสิทธิ “รากฟันเทียม” ครั้งแรก
สิทธิที่หลายคนพูดถึงมากที่สุด คือ การเพิ่มสิทธิ “รากฟันเทียม” ซึ่งก่อนหน้านี้ประกันสังคมยังไม่ครอบคลุม ในปี 2569 ผู้ประกันตนที่สูญเสียฟันทั้งปาก และไม่สามารถใช้ฟันปลอมถอดได้ จะได้รับสิทธิเพิ่มเติม ได้แก่
- ค่าผ่าตัด 17,500 บาทต่อราย
- ค่าชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท
- รวมค่าติดตามผลหลังรักษา
อย่างไรก็ตาม สิทธินี้จะใช้ได้ตามเงื่อนไขทางการแพทย์ และต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด แม้วงเงินอาจยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดภาระของผู้ป่วยได้จำนวนมาก เพราะการทำรากฟันเทียมมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ต้องสำรองจ่ายไหม
กรณีเข้ารับบริการในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม หลายรายการสามารถใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
แต่หากเข้ารับบริการนอกเครือข่าย ผู้ประกันตนอาจต้องสำรองจ่ายก่อน แล้วจึงนำเอกสารมายื่นเบิกภายหลังผ่านสำนักงานประกันสังคมหรือระบบ e-Self Service ดังนั้นก่อนเข้ารับบริการควรสอบถามคลินิกหรือโรงพยาบาลก่อนว่าเข้าร่วมโครงการประกันสังคมหรือไม่
เอกสารที่ใช้ในการทำฟันประกันสังคม
โดยทั่วไปใช้เพียง
- บัตรประชาชน
- แจ้งใช้สิทธิประกันสังคม
บางสถานพยาบาลอาจตรวจสอบสิทธิผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ทำให้สะดวกมากขึ้น
สรุปสิทธิทำฟันประกันสังคม 2569
การอัปเดตสิทธิทันตกรรมปี 2569 ถือเป็นการเพิ่มสิทธิที่ช่วยผู้ประกันตนได้จริง โดยเฉพาะเรื่องผ่าฟันคุด ฟันปลอม และรากฟันเทียม ที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปัจจุบัน สรุปสิทธิใหม่ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่
- เพิ่มวงเงินผ่าฟันคุด 1,500–2,500 บาทต่อซี่
- เพิ่มวงเงินฟันปลอมสูงสุด 6,000 บาท
- เพิ่มค่าซ่อมฟันปลอม 900 บาทต่อครั้ง
- เพิ่มสิทธิรากฟันเทียมสำหรับผู้สูญเสียฟันทั้งปาก
- ขยายบริการในโรงพยาบาลรัฐ เช่น เกลารากฟัน และแต่งกระดูกช่องปาก
ผู้ประกันตนควรตรวจสอบสิทธิของตนเองก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง และเลือกสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ใช้สิทธิได้เต็มประโยชน์และลดค่าใช้จ่ายมากที่สุดในปี 2569 นี้
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting


