ธปท.แจงขาดดุลบัญชีเดินสะพัดหนักไม่ใช่สัญญาณเศรษฐกิจเปราะบาง ชี้ปัจจัยกดดันมาจากต้นทุนนำเข้าน้ำมันและผลกระทบสงครามต่อการเดินทาง พร้อมย้ำยังไม่เข้าข่ายปัญหา “ขาดดุลแฝด” เชิงโครงสร้าง
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า กรณีดุลบัญชีเดินสะพัดในเม.ย. ติดลบที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.6 พันล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดเมื่อเม.ย.ปี 2556 ที่ติดลบ 4.1 พันล้านดอลลาร์
โดยแบงก์ชาติมองว่าการขาดดุลในครั้งนี้เป็นเพียงการขาดดุลชั่วคราวและยังไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล
สาเหตุหลักของการขาดดุล
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการขาดดุลพุ่งสูงขึ้นมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
1. ราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมันประกอบกับการเพิ่มปริมาณการนำเข้าเพื่อสะสมน้ำมันสำรอง
2. รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ความต้องการเดินทางลดลงชั่วคราว
ทั้งนี้ หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลงตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงกลางปี และรายรับจากนักท่องเที่ยวกลับมาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงท้ายปี ตัวเลขการขาดดุลนี้จะทยอยปรับลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้
ประเด็นความกังวลเรื่อง Dual Deficit ต่อข้อซักถามเรื่องการขาดดุลแฝด (Dual Deficit) หรือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดควบคู่กับการขาดดุลการคลังนั้น มองว่าการขาดดุลการคลังที่ผ่านมาเป็นการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นและพยุงเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต
ส่วนการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดนั้นยังไม่น่ากังวล ตราบใดที่ยังไม่กลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวอย่างถาวร สำหรับค่าเงินบาทที่มีความผันผวนนั้น มองว่าเป็นการสะท้อนความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกมากกว่าจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเช่นกัน

