วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

'อารักษ์' ถอดรหัสดีเอ็นเอ SCBX ยึดหลัก 'วิตกกังวลเชิงรุก'

'ดร.อารักษ์' ถอดรหัสดีเอ็นเอ 'เอสซีบี เอกซ์' ยึดหลัก 'วิตกกังวลเชิงรุก' เปลี่ยนก่อนที่จะถูกเปลี่ยน ปรับโครงสร้างกลุ่ม เน้นสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ชิงรีแบรนด์-ลุย 'เอไอ'

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เปิดเผยในงาน “Thailand Next The Successor : เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” โดยประชาชาติธุรกิจ ว่า ยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและ "ความไม่แน่นอนกลายเป็นความแน่นอน" องค์กรต้องมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน 

หัวใจสำคัญของธุรกิจ คือ การชิงลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่สภาพแวดล้อมหรือวิกฤติจะมาบังคับให้ต้องเปลี่ยน ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่ธนาคารเคยการตัดสินใจยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเมื่อ 9 ปีก่อน โดยไม่ต้องรอหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเป็นการตัดสินใจปรับตัวเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีการเงินที่เข้ามาใหม่อย่าง “พร้อมเพย์” และ “อีวอลเล็ต” ที่รองรับการโอนเงินในระบบดิจิทัลที่ไม่มีค่าธรรมเนียม

นับจากวันนั้นธนาคารยังเดินหน้าปรับโครงสร้างบริษัทอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดตั้งกลุ่ม SCBX ที่มีบริษัทลูกกว่า 10 บริษัทในการสร้างขีดความสามารถใหม่ ๆ

ปัจจุบันเกือบทุกบริษัทมีผลกำไรเป็นบวก อีกทั้งยังสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานในธุรกิจการเงินรูปแบบใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่าหากยังเป็นธนาคารรูปแบบเดิมแม้จะอยู่รอดแต่อาจจะไม่แข็งแรงพอในระยะยาว

"ตอนต้มยำกุ้ง ธนาคารลุ้มลุกคลุกคลานมีปัญหากันทุกคน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าความชะล่าใจ คิดไปว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราแข็งแรง เพราะตอนนั้นเราเป็นประเทศที่โต จึงเป็นบทเรียนว่า เราต้องตระหนักอยู่เสมอ ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้และการเตรียมตัวคือสิ่งสำคัญที่สุด ... ดีเอ็นเอของ SCBX มีความวิตกกังวลอยู่เสมอ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ต้องลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา"

สำหรับ ก้าวต่อไป SCBX ตั้งเป้าเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำที่นำ "เอไอ" มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างบริการที่เข้าถึงง่ายในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

“ในบริบทของเทคโนโลยีเราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องอยู่กับ AI ให้ได้ การปฏิเสธ AI ในวันนี้ก็เหมือนกับการยืนยันจะใช้พิมพ์ดีดในวันที่คอมพิวเตอร์เข้ามาแล้ว ดังนั้น องค์กรต้องยอมรับและนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้บริการดีขึ้น เร็วขึ้น และถูกลง”