ตลาดหุ้นญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ยังไต่ขึ้นทำระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่กันไม่หยุดจากอานิสงส์ AI นักวิเคราะห์เชื่อดัชนีนิกเกอิจะทะลุ 69,000 จุดในปีหน้า บางส่วนเตือนอาจมีปรับฐานแรงภายในปีนี้
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในวันพุธนี้ (27 พ.ค.) โดยดัชนีอ้างอิงของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ จากความคึกคักของหุ้นในกลุ่ม AI แม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะกลับมาไม่แน่นอนอีกครั้ง และนักลงทุนเร่งประเมินสถานการณ์ต่อปฏิบัติการทางทหารล่าสุดของสหรัฐในอิหร่านก็ตาม
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 1.49% แตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยเคลื่อนไหวที่ 65,867.94 จุด โดยบวกไป 871.85 จุด หรือ +1.34% เมื่อเวลาประมาณ 08.44 น. ตามเวลาในไทย
ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.84% ในช่วงเปิดตลาด ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยเคลื่อนไหวที่ 8,388.11 จุด โดยบวกไป 340.60 จุด หรือ +4.23% โดยอานิสงส์ของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงยังทำให้บริษัท "SK Hynix" ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ในเกาหลีใต้ ตามรอย "ซัมซุง" ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไปล่าสุดในวันนี้ด้วย
ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของรอยเตอร์สระบุว่า ความคึกคักของหุ้น AI และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง จะยังคงเป็นแรงหนุนให้ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อไป แม้การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงจะทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ทิศทางตลาดได้ยากขึ้นก็ตาม
ค่ากลางของการคาดการณ์ในผลสำรวจระบุว่า ดัชนีอ้างอิง Nikkei จะพุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 69,000 จุดภายในสิ้นปี 2027 หลังเพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 65,408.87 จุด เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. ก่อนปิดตลาดวันอังคารที่ระดับ 64,996.09 จุด อย่างไรก็ตาม ค่ากลางของคาดการณ์สิ้นปี 2026 อยู่ที่เพียง 62,800 จุด
ยูโนะสุเกะ อิเคดะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยมหภาคของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นญี่ปุ่น แต่ยอมรับว่าการพุ่งขึ้นของนิกเกอิเร็วเกินกว่าที่เขาคาดไว้ โดยก่อนหน้านี้เขาประเมินว่าดัชนีจะอยู่ที่ 63,000 จุดในเดือนธ.ค. และ 65,000 จุดในอีกหนึ่งปีข้างหน้า
“การปรับขึ้นของตลาดรุนแรงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์จะไล่ตามทัน” อิเคดะกล่าว
จากคำถามเพิ่มเติมในแบบสำรวจพบว่า 7 ใน 12 ผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่ามุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ AI ต่อการขับเคลื่อนตลาดหุ้น “แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากเมื่อสามเดือนก่อน ส่วนอีก 5 รายระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น
อิเคดะกล่าวว่า การที่หุ้นจะปรับตัวขึ้นต่อไปนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยกระแสความคาดหวังต่อ AI ที่เพิ่มขึ้นอีก
“มุมมองของตลาดต่อความยั่งยืนของ AI ยังผันผวน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้นิกเกอิแกว่งตัวแรง” เขากล่าว “แต่การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง แม้ไม่มีปัจจัย AI ดังนั้นแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นจึงน่าจะดำเนินต่อไป”
แม้กระแส AI จะเป็นแรงผลักดันให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่เน้นผู้ถือหุ้นของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว รวมถึงนโยบายส่งเสริมการเติบโตภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ขณะที่ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นเกือบ 70% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สูงกว่าการปรับขึ้นของดัชนีอ้างอิงในสหรัฐ จีน และยุโรป
จากการคาดการณ์ 16 รายสำหรับสิ้นปีนี้ มีนักวิเคราะห์เพียง 4 รายเท่านั้นที่มองลบว่าดัชนีจะต่ำกว่า 60,000 จุด โดยหนึ่งในกลุ่มที่มองลบคือ โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG Markets ซึ่งคาดว่านิกเกอิจะร่วงลงสู่ 55,000 จุดภายในสิ้นเดือนธ.ค.
“นิกเกอิอาจทำจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนนี้” เขากล่าวพร้อมเตือนว่า ตลาดมีความเสี่ยงเผชิญ “แรงเทขายปรับฐาน 20% ก่อนสิ้นปี”
ผู้ตอบแบบสอบถามยังมีมุมมองแตกต่างกันเกี่ยวกับโอกาสเกิด “ภาวะปรับฐาน” หรือการร่วงลงอย่างน้อย 10% ภายในสามเดือนข้างหน้า โดย 6 รายมองว่า “มีโอกาส” หรือ “มีโอกาสสูงมาก” ขณะที่อีก 5 รายมองว่า “ไม่น่าเกิดขึ้น”
ฮิโรชิ วาตานาเบะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโซนี ไฟแนนเชียล ซึ่งคาดว่านิกเกอิจะแตะ 70,000 จุดภายในสิ้นปี 2027 อยู่ในกลุ่มที่มองว่าไม่น่าจะเกิดการปรับฐานรุนแรง แต่ระบุว่าการปรับลง 5-10% “มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง”
แม้สงครามอิหร่านจะกดดันราคาหุ้นจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น “แต่สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะหยุดยั้งการพัฒนา AI ได้” วาตานาเบะกล่าว และในทางกลับกัน “เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจะหมายถึงการขยายตัวของทั้งเศรษฐกิจโดยรวมและกำไรของภาคธุรกิจ” ซึ่งจะช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะกลาง

