หลายคนคงคุ้นเคยกับการเก็บ “ใบอนุโมทนาบัตร” หรือใบเสร็จรับเงินจากการบริจาค เพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีในช่วงยื่นแบบประจำปี แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า วิธีการนี้กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อภาครัฐปรับระบบให้เข้าสู่รูปแบบดิจิทัลเต็มตัว โดยกำหนดให้การบริจาคที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้ ต้องทำผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น และจะเริ่มใช้อย่างจริงจังในปี 2569 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วเราต้องปรับตัวอย่างไร? ยังบริจาคแบบเดิมได้ไหม? หรือจะมีผลกระทบอะไรกับผู้เสียภาษีบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ทีละประเด็น
e-Donation คืออะไร?
e-Donation คือ ระบบบริจาคเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรง เมื่อเราบริจาคเงินผ่านธนาคารหรือช่องทางที่รองรับ ระบบจะส่งข้อมูลไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลทันที พูดง่ายๆ คือ
ไม่ต้องเก็บใบเสร็จเอง และไม่ต้องกรอกข้อมูลตอนยื่นภาษี เพราะข้อมูลจะถูกดึงเข้าไปในระบบให้อัตโนมัติ
ทำไมต้องยกเลิกใบอนุโมทนาบัตร?
เหตุผลหลักของการยกเลิกการใช้ใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษ มีอยู่หลายข้อ ได้แก่
1. ลดปัญหาเอกสารปลอม ที่ผ่านมาเคยมีกรณีใช้ใบเสร็จบริจาคปลอมเพื่อลดหย่อนภาษี ทำให้รัฐเสียรายได้ การใช้ e-Donation จะช่วยลดช่องโหว่นี้ได้
2. เพิ่มความสะดวกให้ผู้เสียภาษี ไม่ต้องเก็บเอกสาร ไม่ต้องกลัวหาย และไม่ต้องเสียเวลารวบรวมตอนยื่นภาษี
3. ลดภาระของหน่วยงานรับบริจาค องค์กรไม่ต้องออกเอกสารกระดาษจำนวนมาก ลดต้นทุนและขั้นตอนงานเอกสาร
4. สนับสนุนระบบดิจิทัลของประเทศ เป็นการผลักดันให้ระบบภาษีไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น
เริ่มใช้เมื่อไหร่?
มาตรการนี้จะเริ่มใช้ในปีภาษี 2569 (ยื่นต้นปี 2570) เป็นต้นไป หมายความว่า
- การบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2569 ต้องทำผ่าน e-Donation เท่านั้น หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อน
- ใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษจะ ไม่สามารถใช้ลดหย่อนได้อีก
ถ้ายังบริจาคแบบเดิม จะเกิดอะไรขึ้น?
ยังสามารถบริจาคได้ตามปกติ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านระบบ e-Donation จะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น หากใครตั้งใจบริจาคเพื่อใช้สิทธิทางภาษี ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมให้ทัน
ช่องทางการบริจาคผ่าน e-Donation
ปัจจุบันสามารถบริจาคผ่านช่องทางต่างๆ เช่น
- Mobile Banking
- Internet Banking
- เคาน์เตอร์ธนาคาร
- QR Code ของหน่วยงานที่เข้าร่วม
เพียงเลือกหน่วยงานที่อยู่ในระบบ e-Donation แล้วทำรายการ ระบบจะจัดเก็บข้อมูลให้อัตโนมัติ
ข้อดีของผู้เสียภาษี
การใช้ e-Donation มีข้อดีหลายอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น
1. ไม่ต้องเก็บเอกสาร หมดปัญหาใบเสร็จหาย หรือเก็บไม่ครบ
2. ลดความผิดพลาดตอนยื่นภาษี ข้อมูลจะถูกดึงเข้าระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกเอง
3. ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย สามารถเช็กข้อมูลการบริจาคได้จากระบบ
4. ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ข้อมูลส่งตรงจากธนาคารไปยังกรมสรรพากร
ข้อควรรู้ก่อนบริจาค
แม้ระบบจะสะดวกขึ้น แต่ก็มีเรื่องที่ควรระวัง
1. ตรวจสอบหน่วยงานก่อนบริจาค ต้องเป็นหน่วยงานที่เข้าร่วมระบบ e-Donation เท่านั้น
2. เก็บหลักฐานการโอนเงินไว้เบื้องต้น แม้ไม่ต้องใช้ยื่นภาษี แต่ควรมีไว้เผื่อกรณีตรวจสอบ
3. ตรวจสอบข้อมูลในระบบภาษี ก่อนยื่นแบบ ควรเช็กว่าข้อมูลบริจาคถูกบันทึกครบหรือไม่
ผลกระทบต่อองค์กรรับบริจาค
องค์กรต่างๆ เช่น มูลนิธิ โรงพยาบาล หรือวัด ต้องปรับตัวเช่นกัน
- ต้องสมัครเข้าระบบ e-Donation
- ต้องมีช่องทางรับเงินแบบดิจิทัล
- ต้องจัดการข้อมูลให้ถูกต้อง
หากไม่เข้าระบบผู้บริจาคจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งอาจทำให้จำนวนเงินบริจาคลดลง
บุคคลที่ไม่คุ้นกับเทคโนโลยีต้องทำอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดใช้แอปธนาคาร ยังสามารถไปบริจาคที่
- เคาน์เตอร์ธนาคาร
- จุดรับบริจาคที่มีระบบ e-Donation
เจ้าหน้าที่จะช่วยดำเนินการให้ และข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบเหมือนกัน
เปรียบเทียบแบบเดิม vs แบบใหม่
แบบเดิม (ใบอนุโมทนาบัตร)
การเก็บหลักฐาน : ต้องเก็บเอง
ความเสี่ยงเอกสารหาย : สูง
ความสะดวก : ปานกลาง
การตรวจสอบ : ทำได้ยาก
ความปลอดภัย : มีช่องโหว่
แบบใหม่ (e-Donation)
การเก็บหลักฐาน : ระบบเก็บให้
ความเสี่ยงเอกสารหาย : ไม่มี
ความสะดวก : สูง
การตรวจสอบ : ตรวจสอบง่าย
ความปลอดภัย : ปลอดภัยกว่า
ใครต้องเตรียมตัวมากที่สุด?
- คนที่บริจาคเป็นประจำทุกปี
- ผู้มีรายได้สูงที่ใช้สิทธิลดหย่อนจำนวนมาก
- เจ้าของธุรกิจที่บริจาคในนามบริษัท
กลุ่มนี้ควรเริ่มปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในอนาคต
คำแนะนำสำหรับการวางแผนภาษี
เพื่อให้ใช้สิทธิได้เต็มที่ ควรทำตามนี้
- เลือกบริจาคผ่านช่องทาง e-Donation เท่านั้น
- วางแผนบริจาคให้สอดคล้องกับรายได้
- ตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อนของแต่ละหน่วยงาน
- เช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษีทุกครั้ง
สรุป การยกเลิกใบอนุโมทนาบัตรและเปลี่ยนมาใช้ระบบ e-Donation ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบภาษีไทย ที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและความสะดวกของผู้เสียภาษี แม้ในช่วงแรกอาจต้องมีการปรับตัว โดยเฉพาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับเอกสารกระดาษ แต่ในระยะยาวระบบนี้จะช่วยลดภาระ ลดความผิดพลาด และทำให้การยื่นภาษีง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting

