“ขัตติยา” เปิดใจ “กัลฟ์” ขึ้นแท่นถือหุ้นใหญ่ “ธนาคารกสิกรไทย” อันดับสอง ชี้เป็นเรื่อง “ปกติ” ที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นมีการเปลี่ยนแปลง พร้อมมองเป็นกลไกปกติที่เกิดขึ้นใน “บจ.ไทย” ย้ำภารกิจแบงก์เดินหน้าสร้างธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดใจรับฟังผู้ถือหุ้นทุกรายผ่านบอร์ด ก่อนเสนอฝ่ายบริหารพิจารณาต่อไป
แม้ภายใต้เกณฑ์การถือหุ้นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะบอกว่า GULF ยังไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตถือหุ้นเนื่องจากปัจจุบันยังไม่เกิน 10% ตามหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ล้วนเป็นเครื่องสะท้อนว่าวันนี้ GULF เองเริ่มเพิ่มน้ำหนักบทบาทมากขึ้นในมุมของการลงทุนในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศ
ไม่เพียงแค่สัดส่วนการถือหุ้นที่น่าสนใจ แต่ล่าสุดเอง GULF เริ่มมีบทบาทอีกครั้ง หลัง GULF เสนอชื่อ 2 กรรมการอิสระเข้ามานั่งในบอร์ด KBANK และได้รับการเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้วในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การเข้ามาของ GULF ครั้งนี้จึงถูกจับตาไม่น้อยว่า อาจไม่เป็นเพียงนักลงทุนทั่วไป แต่อาจเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางธนาคารในอนาคตหรือไม่
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า กรณีที่มีการตั้งคำถามว่าการเข้ามาถือหุ้นของ GULF ในกสิกรไทยมากขึ้นนั้น จะทำให้หลังจากนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือโครงสร้างจะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหรือไม่นั้นมองว่า
ธนาคารกสิกรไทยเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการที่จะมีผู้ถือหุ้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมดาของตลาดทุน ในมุมการบริหารธุรกิจเราก็ยังยึดมั่นในการเดินหน้าธุรกิจไปอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผลประการของธนาคารกสิกรไทยที่ออกมาล่าสุดไตรมาสแรก ที่ยังส่งสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง ดังนั้นไม่ว่าผู้ถือหุ้นจะเป็นใครก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยก็ยังคงทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนแบงก์อย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด
ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าที่ว่าเมื่อ GULF เข้ามาผ่านการถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้น อนาคตอาจเห็น GULF เข้ามามีบทบาทในด้านการบริหารงานในธนาคารมากขึ้นกว่านี้หรือไม่นั้น
ขัตติยากล่าวว่า ส่วนนี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากในมุมผู้ถือหุ้น ทุกคนก็สามารถแสดงความคิดเห็น หรือให้ความเห็นต่าง ๆ ได้ ผ่านการเสนอแนะต่าง ๆ ผ่านคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) เพราะบอร์ดจะเป็นผู้รับที่ทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดทั้งรายใหญ่และรายย่อย
และในการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้งก็ดำเนินการผ่านคณะกรรมการบอร์ดของธนาคาร ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ดังนั้น คณะกรรมการของแบงก์ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นต่าง ๆ ทุกรายอยู่แล้ว และบอร์ดต้องนำข้อเสนอเหล่านั้นมากลั่นกรอง และนำเสนอฝ่ายบริหารของธนาคารในลำดับถัดไป ว่าแต่ละเรื่องจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ดีหรือไม่
ทั้งในเชิงของการบริหารธุรกิจ หรืออยากให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นในบางเรื่อง ดังนั้น ทุกข้อเสนอจากผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลตอบแทน หรือแนวทางดำเนินธุรกิจ ที่ล้วนต้องผ่านกระบวนการของคณะกรรมการบริษัททั้งหมด ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะนำไปปฏิบัติต่อ
สำหรับมุมของธนาคาร วันนี้สิ่งที่ธนาคารเรายังคงเชื่อมั่นในทิศทางการเติบโตของธนาคารตามยุทธศาสตร์ของธนาคารที่ทำวันนี้อยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ผ่านการดำเนินยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity อย่างต่อเนื่อง
ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ร่วมกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแล กิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสร้างผลตอบแทนที่ มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น
“วันนี้ผู้ถือหุ้นธนาคารทุกท่าน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กสามารถคอมเมนต์มาได้ผ่านคณะกรรมการบอร์ดได้หมด ทุกคนสามารถเสนอความเห็นต่าง ๆ ได้ และบอร์ดจะรับโจทย์เหล่านี้มาหารือและดำเนินการต่อ แต่วันนี้เราก็ยังเชื่อมั่นในทิศทางการเติบโตของธนาคาร ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารที่ทำวันนี้ภายใต้ “3+1 ที่น่าจะส่งผลที่ดีต่อกสิกรไทยแน่นอน ในเชิงที่เราเอายุทธศาสตร์มาปฏิบัติได้จริง ๆ และที่ทำเพิ่มเติมในกิจกรรมทางธุรกิจและโฟกัสกับลูกค้าบางกลุ่มให้มากขึ้น รวมถึงการยกระดับประสบการณ์การใช้บริการและพัฒนาศักยภาพทีมงานให้สามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพราะยอมรับว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่องค์กรสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีกในอนาคต”

