วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (12 พ.ค. 2569) ปิดลบ 6.04 จุด แรงขายบิ๊กแคปก่อน MSCI รีบาลานซ์-เงินเฟ้อสหรัฐกดดันตลาด

"หุ้นไทย" วันนี้ (12 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,483.25 จุด ปรับตัวลดลง 6.04 จุด หรือคิดเป็น 0.41% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีพักฐานวันนี้มีสาเหตุจากการรอปรับดัชนี MSCI สร้างแรงขายกดดันโดยเฉพาะหุ้น DELTA รวมถึงรอประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดในภาพรวม

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (12 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,483.25 จุด ปรับตัวลดลง 6.04 จุด หรือคิดเป็น 0.41% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,501.35 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,481.95 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 51,218.60 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. PTT ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 4,942.80 ล้านบาท
     
  2. ADVANC ราคาปิด 353.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 0.85% มูลค่าซื้อขาย 3,157.95 ล้านบาท
     
  3. KTB ราคาปิด 32.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.77% มูลค่าซื้อขาย 2,831.78 ล้านบาท
     
  4. DELTA ราคาปิด 300.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.64% มูลค่าซื้อขาย 2,643.65 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 196.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.51% มูลค่าซื้อขาย 2,314.86 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ภาพรวมเป็นการพักฐานรอจับตาดูการรีบาลานซ์ดัชนี MSCI ซึ่งคาดว่าจะทำให้จะมีแรงขายออกมากดดันดัชนีพอสมควรจากการปรับเกณฑ์ Freefloat

โดยในวันนี้ก็เป็นปัจจัยกดดันดัชนีในกลุ่มบิ๊กแคปล่วงหน้านำโดย DELTA ซึ่งเพียงตัวเดียวฉุดดัชนีลงมาถึง 5 จุด อย่างไรก็ดี หากรีบาลานซ์แล้วถูกลดน้ำหนักน้อยกว่าคาด อาจเป็นช่องให้ดัชนีรีบาวด์กลับขึ้นไปได้ 

ปัจจัยต่างประเทศ สหรัฐเตรียมประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ  หากออกมาอยู่ในระดับสูงคาดว่าจะเป็นผลกดดันกำไรบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ เนื่องจากบริษัทต้องรองรับต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งในส่วนของวัตถุดิบและพลังงาน และการส่งผ่านต้นทุนไปสู่ผู้บริโภคทำได้ยากขึ้นในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนแอ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ตลาดแรงงานไม่แข็งแรงเนื่องจากค่าจ้างที่แท้จริงลดลง 

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,475-1470 จุด แนวต้าน 1,495-1500 จุด โดยมีปัจจัยต้องจับตามองได้แก่ การรีบาลานซ์ดัชนี MSCI การพบกันของประธานาธิบดีทรัมป์และสีจิ้นผิงในสัปดาห์นี้ว่าจะมีข้อตกลงทางการค้าใดที่จะเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดได้หรือไม่ 

กลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นที่ผลประกอบการออกมาดี โดยเฉพาะในกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการผ่อนคลายความตึงเครียดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ กลุ่มสื่อสาร TRUE และ ADVANC รวมถึงกลุ่มที่เติบโตไปกับกระแสของดาต้าเซ็นเตอร์

ทั้งนี้ การประกาศงบช่วงที่ผ่านมา พบว่าบริษัทจดทะเบียนกว่า 70% ซึ่งได้ทำคาดการณ์เอาไว้ ถือว่าทำได้ดีกว่าที่ตลาดคาด จึงปรับประมาณการอีพีเอสจากเดิมที่ 93.5 บาทต่อหุ้นเป็น 97 บาทต่อหุ้น