วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘แบงก์ชาติ’ ขีดเส้น ‘เวอร์ชวลแบงก์’ ไม่ตามเกณฑ์ต้องแจง-เปิดทางยกเลิกไลเซนส์

‘แบงก์ชาติ’ ขีดเส้น ‘เวอร์ชวลแบงก์’ ไม่ตามเกณฑ์ต้องแจง-เปิดทางยกเลิกไลเซนส์

ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ ทั้ง 3 รายที่ผ่านเกณฑ์ตั้ง เวอร์ชวลแบงก์ ต้องทำตามเงื่อนไขที่ธปท.กำหนด ชี้หากทำไม่ได้บางข้อ ต้องชี้แจงเหตุผล ชี้หากไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาจากกระทรวงการคลัง ก็สามารถหยุดดำเนินธุรกิจได้ จะพิจารณาตามรายที่ผ่านเกณฑ์ที่เหลือเท่านั้น ปิดทางพิจารณารายใหม่

ความคืบหน้าของจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ในประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

โดยปัจจุบันมีผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาทั้งสิ้น 3 ราย ที่ผ่านเกณฑ์การอนุมัติจาก ธปท. เพื่อนำไปสู่การให้ใบอนุญาตหรือไลเซนส์ในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ 

คือ รายที่ 1 กลุ่มบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding Co., Ltd.) ประกอบด้วยกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) รายที่ 2 กลุ่มธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และบริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และรายที่ 3 กลุ่มการบริษัท เอสซีบี เอกซ์ ที่ผนึกกับ KakaoBank และWeBank

ซึ่งแต่ละรายล้วนอยู่ภายใต้กรอบเวลาชัดเจนในการดำเนินการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านการจัดทำระบบงาน โครงสร้างองค์กร ตลอดจนปรับปรุงคุณสมบัติให้สอดคล้องหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การดำเนินการในขั้นตอนนี้ ถือเป็นช่วงสำคัญที่ผู้สมัครต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมอย่างแท้จริง ก่อนสามารถเปิดดำเนินกิจการได้

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ Virtual Bank ธนาคารไร้สาขาว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาจำนวน 3 ราย ที่ประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยทั้ง 3 รายนี้มีกำหนดระยะเวลาชัดเจนในการดำเนินการจัดทำ และวางรากฐานระบบงานต่างๆ ให้มีความพร้อมสมบูรณ์

นอกจากนี้ผู้สมัครทุกรายยังต้องไปทำด้วยตัวเอง หรือปรับปรุงคุณสมบัติส่วนตัว และเงื่อนไขทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดไว้ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการ

ในส่วนกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัตินั้น ก่อนที่ผู้สมัครจะยื่นเอกสารเป็นทางการ ทุกรายได้มีการยื่นคำรับรองต่อแบงก์ชาติว่า จะปฏิบัติตามเกณฑ์ และเงื่อนไขทุกข้อเคร่งครัด

ซึ่งหากภายหลังพบมีเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่ผู้สมัครไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ตกลงไว้ ผู้สมัครรายนั้น มีหน้าที่นำเสนอเหตุผลประกอบที่ชัดเจน และมีน้ำหนักเพียงพอว่าเหตุใดจึงไม่สามารถปฏิบัติได้ แบงก์ชาติจะพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีว่าเหตุผลดังกล่าวนั้นยอมรับได้หรือไม่

สำหรับแนวทางปรับตัวผู้สมัครเพื่อให้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มองว่ามีหลากหลายวิธีที่ผู้สมัครสามารถนำมาใช้บริหารจัดการโครงสร้างธุรกิจของตนเองได้ ตัวอย่างเช่น หากมีธุรกิจในเครือที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ถือหุ้น ผู้สมัครอาจเลือกวิธี ลดสัดส่วนถือหุ้นให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

หรือกรณีมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจบางประเภทที่ไม่ใช่หัวใจหลัก และอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้สมัครก็อาจเลือกที่จะคืนใบอนุญาตในส่วนนั้นเพื่อรักษาคุณสมบัติโดยรวมให้ผ่านเกณฑ์

ก่อนยื่น เขายื่นมาพร้อมระบุว่าพร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนดตามเกณฑ์ข้อนี้ๆ หากทำได้ก็ดี หากทำไม่ได้ ก็ต้องมีเหตุผลประกอบมาว่าทำไม่ได้ ข้อที่ 1 ทำไม่ได้ ข้อที่สองทำไม่ได้ ข้อที่สามทำได้ ซึ่งมีหลายวิธี ตามที่แบงก์ชาติระบุไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งการคืนใบอนุญาตบางส่วนที่ไม่สำคัญ ลดสัดส่วนการถือหุ้น เราก็มีหน้าที่รับพิจารณา และหารือกับกระทรวงการคลังที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งที่ผ่านมาคงมีทีม ธปท.ติดตามเรื่องนี้

ทั้งนี้ เท่าที่ติดตามความคืบหน้าเรื่อง Virtual Bank พบว่า ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายของโครงสร้าง เช่น กลุ่มธุรกิจที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เช่น รายที่ทำธุรกิจผ่าน Counter Service มีการถือหุ้นสัดส่วนที่สูงเกือบทั้งหมด และมุ่งเน้นที่บริการการชำระเงิน (Payment) เป็นหลัก รวมถึงมีธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่มีโครงสร้างซับซ้อน รวมถึงธุรกิจย่อยอื่นๆ ที่อาจมีรายได้เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบขนาดธุรกิจทั้งหมด รายละเอียดเชิงลึกเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่แบงก์ชาตินำมาวิเคราะห์ละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เหมาะสมกับบริบทของแต่ละราย

เท่าที่เราติดตาม กรณีที่มีปัญหาอยู่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถือหุ้นจะโหวตผ่านหรือโหวตไม่ผ่าน ก็ต้องมีความแตกต่างกัน เพราะโครงสร้างมีความแตกต่างกัน เช่น บางรายทำธุรกิจ Counter Service หรือทำหลากหลายธุรกิจซึ่งก็แล้วแต่ตัดสินใจ ซึ่งหากท้ายที่สุด เขาไม่สามารถทำได้ทุกข้อที่กำหนดไว้ ก็ต้องมาพิจารณาโดยรวม โดยหลักควรจะผ่านหมด แต่หากไม่ผ่านบางข้อก็ต้องมีเหตุผลมาระบุ

ด้านขั้นตอนพิจารณาตัดสินการให้ใบอนุญาตหรือไลเซนส์นั้น แบงก์ชาติมีหน้าที่หลักตรวจสอบข้อมูล และพิจารณาความพร้อมผู้สมัครทุกมิติ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว แบงก์ชาติจะหารือ และนำเสนอเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ใช้อำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ทั้งนี้ หากเกิดกรณีที่ผู้สมัครรายใดไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไข หรือคุณสมบัติที่เคยให้คำรับรองไว้ได้ ผู้สมัครรายนั้นจะไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการ Virtual Bank ได้ และกรณีที่มีรายใดต้องถูกตัดสิทธิหรือถอนตัว แบงก์ชาติไม่มีนโยบายที่จะนำผู้สมัครรายอื่นที่เคยติดอันดับสำรองในรอบแรกขึ้นมาพิจารณาใหม่เพื่อทดแทน

โดยกระบวนการจะดำเนินต่อไปเฉพาะกับรายที่ผ่านเกณฑ์จริงๆ เท่านั้น อาจส่งผลให้เหลือผู้เล่นในตลาดเพียง 2 รายตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

สุดท้ายเรื่องกรอบเวลา หลังจากที่ผู้สมัครได้รับความเห็นชอบในหลักการแล้ว จะมีระยะเวลาในการเตรียมตัว และจัดทำระบบต่างๆ อีกประมาณ 1 ปี ก่อนจะเริ่มให้บริการจริง

โดยแบงก์ชาติจะให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และเสถียรภาพทางการเงินเป็นลำดับแรก เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดตัวของ Virtual Bank ในประเทศไทยจะเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

  • เปิดเกณฑ์ดำเนินธุรกิจ เวอร์ชวลแบงก์

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ธปท.ระบุว่า การพิจารณาให้ใบอนุญาต Virtual Bank สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาต VB ทั้ง 3 ราย จะเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการขอใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ประกาศไว้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2567

ทั้งนี้ ในกระบวนการยื่นขออนุญาตจัดตั้ง VB ตั้งแต่ต้น ผู้ขอรับใบอนุญาตได้ยื่นขออนุญาต และรับรองแล้วว่าจะดำเนินการให้ธุรกิจที่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ตนเองมีอำนาจควบคุม มาอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน โดยแยกออกจากธุรกิจนอกภาคการเงิน (Real Sector) เพื่อให้กำกับดูแลความเสี่ยงของธุรกิจทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้ VB เอื้อประโยชน์ (Conflict of Interest) แก่ธุรกิจในเครือทั้งใน และนอกภาคการเงินอย่างไม่เหมาะสม

อาทิ ให้สินเชื่อเกินขอบเขตที่กำหนด การทำธุรกรรมที่กำหนดราคาหรือเงื่อนไขที่พิเศษกว่ากรณีปกติ เป็นต้น
ในการนี้ ผู้ขอจัดตั้ง VB อาจดำเนินการได้หลายแนวทาง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ประกาศกระทรวงการคลัง

เช่น (1) โอนเฉพาะธุรกิจทางการเงิน (ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอนมาทั้งกิจการ) ให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันกับ VB (2) ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจทางการเงินเพื่อไม่ให้มีอำนาจควบคุม

(3) คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่มีนัยสำคัญ (4) ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของประกาศ หรือ (5) ยื่นขออนุญาตโดยไม่ปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมให้เหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ ผู้ขอจัดตั้ง VB ทุกรายจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ ธปท. และ ก.คลัง เพื่อร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมในการให้ใบอนุญาต VB ต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์