วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

11แบงก์ ‘กำไร’ พุ่ง6.8หมื่นล้าน ไตรมาส 1 ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุดกลุ่มธนาคาร

11แบงก์ ‘กำไร’ พุ่ง6.8หมื่นล้าน ไตรมาส 1  ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุดกลุ่มธนาคาร

“11 แบงก์พาณิชย์” เปิดกำไรไตรมาสแรกแตะ 6.8 หมื่นล้าน เติบโต 20% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้าน “เคแบงก์” กำไรสูงสุดนำกลุ่มที่ 1.4 หมื่นล้าน รองลงมา “กรุงไทย” 1.2 หมื่นล้าน และ “บีบีแอล” 1.2 หมื่นล้าน ด้านโบรกชี้หลายแบงก์ผลงานดีกว่าคาดไว้ เตือนระวังไตรมาส2 ผลงานทรุด จากผลกระทบสงคราม-น้ำมันพุ่ง

11แบงก์ ‘กำไร’ พุ่ง6.8หมื่นล้าน ไตรมาส 1  ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุดกลุ่มธนาคาร เปิดภาพรวมการดำเนินงานของ “กลุ่มธนาคารพาณิชย์” (แบงก์) ไตรมาสแรกปี 2569 ที่ประกาศออกมาแล้วทั้ง 11 ธนาคาร อาทิ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) กลุ่มบริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กลุ่มการเงินทิสโก้ (TISCO) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LHFG) ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) และธนาคารกรุงเทพ (BBL)

โดย “กำไรสุทธิ” โดยรวมในไตรมาสแรก อยู่ที่ 68,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรโดยรวมอยู่ที่ 68,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.13% หากเทียบกับไตรมาสก่อนที่มีกำไรโดยรวมที่ 57,175 ล้านบาท

โดยธนาคารส่วนใหญ่กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้น เช่น KBANK ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น 6.35% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42.70% จากไตรมาสก่อนหน้า BAY กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.40% จากปีก่อน และ 20.92% ด้าน KKP กำไรเติบโตโดดเด่น โดยกำไรสุทธิเติบโต 84.09% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.33% จากไตรมาสก่อนหน้า สวนทางกับ SCB กำไรโดยรวมปรับตัวลดลง 18.45% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.05%จากไตรมาสก่อนหน้า

ด้านการตั้งสำรองหนี้สูญโดยรวมในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 54,488 ล้านบาท ลดลง 0.39% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.39% จากไตรมาสก่อนหน้า

โดยธนาคารส่วนใหญ่สำรองลดลงหากเทียบกับปีก่อน อาทิ SCB สำรองลดลง 4.41% จากปีก่อน และ 16.56% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่บางแห่งสำรองกลับเพิ่มขึ้นหากเทียบกับไตรมาส 4ปีก่อน

ขณะที่ ภาพรวมหนี้เสียไตรมาสนี้ถือว่าอยู่ในทิศทางที่ดี โดยธนาคารโดยรวมมีหนี้เสียลดลง มาอยู่ที่ 436,756 ล้านบาท ลดลง 0.85% หากเทียบกับสิ้นปีก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้นสูงหากเทียบกับช่วงปีก่อนที่27%

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1 ปีนี้ ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละธนาคาร ทั้งในด้านรายได้พิเศษและคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังควบคุมได้

โดยธนาคารทิสโก้ รายงานกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากการบันทึกรายได้จากการคืนหนี้ ขณะที่ KKPมีผลขาดทุนจากรถยึดลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมปรับตัวดีขึ้น

ด้านKBANKมีแรงหนุนจากรายได้พิเศษและการรับรู้มูลค่าการลงทุนที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง ได้แก่ SCBX ที่กำไรลดลงค่อนข้างมาก
สำหรับ ภาพรวมกำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1 (ไม่รวมธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย) คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 57,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส 4 ปีก่อนหน้า แต่ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดีในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของธนาคารในช่วงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในไตรมาส 2 มีความเสี่ยงที่กำไรของกลุ่มธนาคารจะปรับตัวลดลง จากผลกระทบของสถานการณ์สงครามที่อาจส่งผลต่อพอร์ตสินเชื่อโดยรวม รวมถึงผลกระทบต่อกลุ่มลูกหนี้ โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันความสามารถในการชำระหนี้

“ประเมินว่ากำไรของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 อาจอยู่ในระดับต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ในระดับสูงกว่า เพราะมีปัจจัยลบจากสงคราม และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่กระทบพอร์ตแน่นอน”

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า กำไรไตรมาสแรก อยู่ที่14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 876 ล้านบาท หรือ 6.35% แต่ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจะมีจำนวน 13,378 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 413 ล้านบาท หรือ 2.99%

โดยกำไรสุทธิดังกล่าวยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานในอนาคต

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและกำไรจากการลงทุนที่ลดลง

ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อผลกระทบดังกล่าวส่งผ่านมายังต้นทุนของภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานของธนาคารในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ