ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและต้นทุนธุรกิจเพิ่มต่อเนื่อง
โดยซีอีโอแบงก์เริ่มออกมาส่งสัญญาณ “ตั้งรับ” อย่างชัดเจน ทั้งการคุมความเสี่ยง ชะลอการลงทุน และดูแลสภาพคล่องลูกค้าใกล้ชิดท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบางและความไม่แน่นอนสูง
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้นรวดเร็ว รวมถึงความเสี่ยงขาดแคลนวัตถุดิบ บวกกับปัจจัยในประเทศที่ท้าทายต่อเนื่อง
โดยธนาคารได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบใกล้ชิด และทบทวนแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและทันการณ์
อีกทั้งยังให้ความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนพูดคุยลูกค้าใกล้ชิด เพื่อดูแลลูกค้าอย่างเหมาะสม และรักษาความแข็งแกร่งของธนาคาร
“จากปัจจัยท้าทายหลากหลายต่อเนื่องทั้งสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ และต้นทุนเพิ่มขึ้นทำให้ภาพรวมสินเชื่อปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวจำกัด จากภาคธุรกิจที่ระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนใหม่"
ขณะที่สินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้มชะลอตัวตามข้อจำกัดด้านรายได้และกำลังซื้อครัวเรือน ในส่วนธนาคารยังเน้นเติบโตสินเชื่อมีคุณภาพ โดยติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบลูกค้าใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าทันท่วงทีและตั้งสำรองอย่างเหมาะสม
- ระวังปล่อยกู้-ชะลอลงทุน
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีบี เอกซ์จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบสงครามอิหร่านทั่วโลกวันนี้ ยอมรับว่าลามไปหลายส่วนของเศรษฐกิจไทย และผลกระทบกระจายไม่เท่ากันทุกกลุ่ม
โดยธนาคารช่วยลูกค้าต่อเนื่องผ่านการผ่อนผัน ยืดหยุ่นต่างๆเพื่อไม่ให้ลูกหนี้ถูกบีบรัดเกินไป และช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด (case by case) ดูจากความจำเป็นแต่ละธุรกิจ
รวมทั้งบริษัทต้องปรับแผนธุรกิจเช่นกัน โดยปรับทั้งวิธีการทำงานภายในที่ผู้บริหารระดับสูงมีส่วนร่วมหน้างานมากขึ้น เพื่อให้ตัดสินใจแม่นยำและทันการณ์ และสิ่งที่ให้ความสำคัญคือไม่ยึดติดเป้าหมายเติบโต แต่โฟกัสการดูแลความเสี่ยงธุรกิจที่ทุกการดำเนินธุรกิจต้องระมัดระวังมากขึ้น หรือ Selective ทั้งด้านการปล่อยสินเชื่อ การลงทุนและหลีกเลี่ยงสิ่งที่เสี่ยงเกินไป
รวมถึงชะลอการลงทุนไม่จำเป็น และควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เร่งด่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพช่วงไม่แน่นอนสูง
“วันนี้ต้องปรับแผน ต้องไม่ให้ธุรกิจอยู่กับเป้าไม่ใช่ว่าต้องทำให้ได้ตามเป้า แล้วพาตัวเองเข้าไปกองไฟ สิ่งที่โฟกัสคือการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก อย่าปฏิเสธแบบเหมาแข่งหรืออย่าบุกแบบเหมาแข่ง ต้องรู้อะไรสมควรก็เอามา อะไรไม่สมควรต้องแยกไป ต้อง Selective แผนลงทุนต้องชะลอ สิ่งที่ไม่เร่งด่วนต้องชะลอ”
- เร่งอัดสภาพคล่องพยุงลูกหนี้
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤติจากสงครามที่ยืดเยื้อและผลกระทบส่งผ่านราคาน้ำมันและกระทบทั่วโลก ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันธนาคารเน้นเสริมสร้างสภาพคล่องลูกค้า โดยเฉพาะสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มที่จำเป็นระยะนี้ เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทาย
ส่วนแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเชื่อว่าแผนเดิมที่ธนาคารมีไว้จะรองรับสถานการณ์ได้ในปัจจุบัน ส่วนแผนลงทุนยังไม่ชะลอขณะนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจตามที่วางไว้ควบคู่การดูแลลูกค้ามากขึ้น
- มาตรการช่วยลูกค้าต้องลึก-ยาวขึ้น
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า การรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ธนาคารมีแผน BCP ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกธนาคารเตรียมไว้และมองว่าแผนที่มีเพียงพอระดับหนึ่ง
แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ การประคองสถานการณ์รอบนี้ ไม่สามารถพึ่งพาเพียงมาตรการทางการเงินหรือเงินทุนอย่างเดียวได้ โดยการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงลึกมากกว่านั้น
ทั้งในเชิงโมเดลธุรกิจ พฤติกรรมการขาย และแนวทางการปรับตัวแต่ละกิจการ ซึ่งไม่ใช่เพียงเติมสภาพคล่องหรือขยายวงเงิน แต่ต้องช่วยคิดให้ลูกค้าจะขายของอย่างไรหรือจะปรับโมเดลธุรกิจอย่างไรให้รอด ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการประคองระบบเศรษฐกิจภาวะนี้
“ทางปฏิบัติมาตรการต้องลึกขึ้นและยาวขึ้น อาจต้องใช้เวลานานขึ้น และลงรายละเอียดมากขึ้น ขึ้นกับความชัดเจนสถานการณ์ระยะต่อไป ในเชิงกลยุทธ์ธนาคารต้องปรับแผนธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการควบคุมต้นทุน การชะลอลงทุนหรือทบทวนลำดับความสำคัญโครงการ”
- “ทิสโก้”ห่วงความสามารถการชำระหนี้
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบราคาพลังงานสูงขึ้นทำให้ประเมินผลกระทบพบผลกระทบหลักคือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถการชำระหนี้ของลูกค้าลดลง
ทั้งนี้ภาวะต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นอาจกระทบต้นทุนก่อสร้างและกำลังซื้อ โดยสร้างแรงกดดันฝั่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์พอร์ตสินเชื่อผ่านการลดสัดส่วนที่อยู่อาศัยที่อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และหันไปเน้นอสังหาฯเชิงพาณิชย์ เช่น ธุรกิจคลังสินค้า และกองทุนอสังหาฯ ที่มีรายได้สม่ำเสมอมากขึ้น
"เบื้องต้นยังไม่ตั้งสำรองเพิ่มเติมเนื่องจากที่ผ่านมาสำรองส่วนเพิ่มเพื่อรองรับสถานการณ์ไม่แน่นอนมาต่อเนื่องแล้ว ทิสโก้ผ่านวิกฤติหลายครั้งตั้งแต่ปี 2008 ทั้งน้ำท่วม โควิด และวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ จึงเชื่อมั่นว่าจะบริหารจัดการผ่านสถานการณ์ปัจจุบันได้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่น”
- เดินกลยุทธ์ Wait and See
นายฐากร ปิยะพันธ์ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขึ้นจากสงครามกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และอาจนำไปสู่ค่าครองชีพสูงขึ้นที่เชื่อว่าจะกระทบเงินในกระเป๋าประชาชนแน่นอนเนื่องจากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ส่วนความสามารถการชำระหนี้จากการมอนิเตอร์ทุกผลิตภัณฑ์ แม้ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณน่ากังวล แต่ยอมรับว่าหากยืดเยื้ออาจส่งผลต่อความสามารถการชำระหนี้ในอนาคตได้
ทั้งนี้ ธุรกิจหลังจากนี้อาจต้องติดตามใกล้ชิด ในส่วนธนาคารเริ่มใช้กลยุทธ์ Wait and See และระมัดระวังมากขึ้น โดยปรับระเบียบงบประมาณการลงทุน การพิจารณาชะลอหรือดีเลย์โครงการที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงการให้พนักงาน Work from home เพื่อลดค่าใช้จ่าย





