วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

สิทธิภาษีคนพิการ เช็กให้ครบก่อนยื่นภาษี ไม่เสียสิทธิที่พึงได้

สิทธิภาษีคนพิการ เช็กให้ครบก่อนยื่นภาษี ไม่เสียสิทธิที่พึงได้

ชวนมาเช็กสิทธิภาษีคนพิการแบบเข้าใจง่าย ทั้งสำหรับตัวผู้พิการ และ ผู้ดูแลบุคคลพิการ เพื่อให้ก่อนยื่นภาษีครั้งต่อไป จะได้ไม่พลาดสิทธิที่ควรได้รับ

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปี หลายคนอาจโฟกัสแค่รายได้และค่าใช้จ่าย แต่จริงๆ แล้ว “สิทธิลดหย่อนภาษี” ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดภาระภาษีได้ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้พิการ หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลพิการ ซึ่งกฎหมายภาษีไทยได้ให้สิทธิประโยชน์ไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่กลับพบว่าหลายคนยังไม่ทราบ หรือใช้สิทธิไม่ครบ ทำให้เสียภาษีเกินความจำเป็น

บทความนี้จึงอยากชวนมาเช็กสิทธิภาษีคนพิการแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ก่อนยื่นภาษีครั้งต่อไป จะได้ไม่พลาดสิทธิที่ควรได้รับ

สิทธิคนพิการลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

สำหรับผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวได้ 60,000 บาทต่อปี ซึ่งถือเป็นค่าลดหย่อนเฉพาะเพิ่มเติมจากค่าลดหย่อนส่วนบุคคลทั่วไป

ในกรณีที่ผู้พิการมีรายได้เอง เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้จากธุรกิจ ก็สามารถนำค่าลดหย่อนส่วนนี้ไปใช้ตอนยื่นภาษีได้ทันที ช่วยลดเงินได้สุทธิ และส่งผลให้ภาษีที่ต้องจ่ายลดลงตามขั้นอัตราภาษี

ประเด็นสำคัญคือ ต้องมีบัตรคนพิการที่ยังไม่หมดอายุ และข้อมูลตรงกับผู้ยื่นภาษี หากบัตรหมดอายุควรรีบต่อก่อนยื่น เพื่อป้องกันปัญหาการใช้สิทธิภายหลัง

กรณีอุปการะคนพิการ ลดหย่อนได้ด้วย

ไม่ใช่เฉพาะผู้พิการเท่านั้น ผู้ที่ดูแลหรืออุปการะคนพิการก็มีสิทธิใช้ค่าลดหย่อนได้เช่นกัน โดยเงื่อนไขหลักคือ

● คนพิการต้องมีบัตรประจำตัวถูกต้อง
● ต้องอุปการะจริง และมีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
● ห้ามใช้สิทธิซ้ำหลายคน เช่น พี่น้องหลายคนแย่งสิทธิเดียวกัน

ค่าลดหย่อนส่วนนี้อยู่ที่ 60,000 บาทต่อคนพิการหนึ่งคน เช่นเดียวกับกรณีผู้พิการใช้สิทธิเอง

ตัวอย่างง่ายๆ หากดูแลพ่อแม่ที่เป็นผู้พิการ 1 คน ก็สามารถนำค่าลดหย่อนส่วนนี้ไปหักภาษีได้ทันที ทำให้ภาระภาษีลดลงพอสมควร

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นภาษี

เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น ควรเตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้า เช่น

● สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ
● สำเนาบัตรประชาชนของผู้ดูแลหรือผู้พิการ
● เอกสารแสดงความสัมพันธ์ (กรณีอุปการะ) เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร
● หลักฐานรายได้ของผู้พิการ (ถ้ามี)

การเตรียมเอกสารให้ครบจะช่วยลดปัญหาการถูกเรียกเอกสารเพิ่มภายหลัง หรือการถูกปฏิเสธสิทธิ ซึ่งบางครั้งทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขย้อนหลัง

รายได้คนพิการ ต้องเสียภาษีไหม

คำถามนี้พบบ่อยมาก คำตอบคือ ถ้ามีรายได้ถึงเกณฑ์ก็ต้องยื่นภาษีเหมือนคนทั่วไป เพียงแต่มีสิทธิลดหย่อนเพิ่มเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น ผู้พิการทำงานประจำ เงินเดือนถึงเกณฑ์เสียภาษี ก็ยังต้องยื่นแบบภาษีตามปกติ แต่สามารถใช้ค่าลดหย่อนคนพิการ 60,000 บาท เพื่อลดภาษีที่ต้องจ่าย

สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าคิดว่าเป็นผู้พิการแล้วไม่ต้องยื่นภาษีเสมอไป เพราะถ้ารายได้เข้าเกณฑ์ การไม่ยื่นอาจมีค่าปรับหรือเงินเพิ่มตามมาได้

สิทธิประโยชน์อื่นที่เกี่ยวข้องกับภาษี

นอกจากค่าลดหย่อนโดยตรงแล้ว ยังมีเรื่องอื่นที่คนพิการหรือผู้ดูแลควรรู้ เช่น

1. ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพหรือการรักษาพยาบาล สามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนตามเงื่อนไขภาษีสุขภาพได้ หากมีหลักฐานใบเสร็จครบถ้วน

2. ประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ ถ้ามีการทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนตามปกติ ซึ่งช่วยลดภาระภาษีได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง

3. เงินบริจาคเพื่อคนพิการ หากมีการบริจาคให้มูลนิธิหรือองค์กรที่ช่วยเหลือผู้พิการ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

สิทธิส่วนนี้แม้ไม่ใช่เฉพาะคนพิการโดยตรง แต่ก็เกี่ยวข้องและช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรระวังก่อนยื่นภาษี

หลายคนเสียสิทธิไปแบบไม่รู้ตัว เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น

● ใช้สิทธิซ้ำซ้อนกับสมาชิกครอบครัว
● เอกสารหมดอายุหรือข้อมูลไม่ตรง
● ลืมแจ้งข้อมูลผู้พิการในระบบยื่นออนไลน์
● ไม่ตรวจสอบรายได้ของผู้พิการก่อนใช้สิทธิอุปการะ
การตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นทุกครั้งจึงสำคัญมาก เพราะหากยื่นผิดแล้วต้องแก้ไขภายหลัง อาจเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

วางแผนภาษีล่วงหน้า ช่วยลดภาระได้จริง

สิทธิภาษีคนพิการไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องรู้จักวางแผนล่วงหน้า เช่น

● ตรวจสอบสถานะบัตรคนพิการทุกปี
● เก็บเอกสารรายได้และค่าใช้จ่ายให้ครบ
● ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีหากไม่มั่นใจ
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ยื่นภาษีได้ถูกต้อง ไม่พลาดสิทธิ และลดความเครียดช่วงใกล้กำหนดยื่นแบบ

สรุป สิทธิภาษีสำหรับคนพิการถือเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ช่วยลดภาระทางการเงินได้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการเองหรือผู้ที่ดูแล หากเข้าใจเงื่อนไขและเตรียมเอกสารให้พร้อม ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่โดยไม่มีความยุ่งยาก

ก่อนยื่นภาษีครั้งต่อไป ลองตรวจสอบสิทธิของตัวเองอีกครั้งว่าใช้ครบหรือยัง เพราะรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้อาจช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่าที่คิด ที่สำคัญคือการวางแผนอย่างรอบคอบและติดตามข้อมูลภาษีอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้การจัดการภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีในระยะยาวอีกต่อไป

 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting