สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้เห็นภาพของผู้ชายถอดเสื้อโชว์ซิกซ์แพ็คและมัดกล้ามส่วนอื่นๆ เช่นกันกับหญิงสาวรูปร่างดีสมส่วนมาในชุดออกกำลังกายทะมัดทะแมง ที่ต่างกำลังออกแรงอย่างสุดชีวิต ท่ามกลางกองเชียร์ที่ส่งเสียงปลุกเร้าอย่างร้อนแรง
ภาพที่ได้เห็นนั้นไม่ใช่ภาพการโปรโมตฟิตเนสหรือยิมที่ไหน แต่เป็นภาพของการแข่งขันกีฬาแบบใหม่ (และแบบสับ) ที่กำลังเป็นกระแสในเวลานี้อย่าง “HYROX” (ไฮร็อกซ์) ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นการแข่งขันครั้งใหญ่ประจำปี 2026 ในประเทศไทยไปสดๆร้อนๆ
คำถามสำหรับหลายคนที่น่าสนใจนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ว่ากีฬาชนิดนี้เกิดขึ้นและฮิตได้อย่างไรแล้ว เพราะกีฬาชนิดนี้เริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยได้สัก 2-3 ปี และปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นที่เรียบร้อย
แต่มันคือการถอดรหัสความสำเร็จของกีฬาที่ไม่เชิงเป็นกีฬา แต่เป็นการออกแบบโมเดลธุรกิจและแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยม
ทำไม HYROX แรงเกินต้าน?
ในความสำเร็จของ HYROX ต้องบอกว่าเป็นความสำเร็จในระดับมหัศจรรย์ เพราะจากกีฬาที่รู้จักกันแค่เฉพาะกลุ่มของคนที่รักการออกกำลังกายในฟิตเนส ปัจจุบันได้กลายเป็นกีฬาที่เข้าถึงคนวงกว้างในระดับทุกเพศทุกวัย
และจุดนี้เองที่เป็นไม้ตายสำคัญ
เพราะนับตั้งแต่การคิดค้นและเปิดตัวกีฬาชนิดนี้เมื่อปี 2017 โดย 2 ผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬาอย่าง คริสเตียน เทิตซ์เคอ และมอริตซ์ เฟือร์สเทอ สิ่งที่เป็น “หัวใจ” ของกีฬาชนิดใหม่นี้คือการที่พวกเขาต้องการจะให้ HYROX เป็น
การแข่งขันกีฬาฟิตเนสสำหรับทุกคน
ปกติแล้วการแข่งขันกีฬาสิ่งพื้นฐานที่ต้องมีคือทักษะและความสามารถ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำได้ แต่กับ HYROX ซึ่งไม่ได้มีพื้นฐานมาจากการเป็นกีฬา แต่มีพื้นฐานมาจากการออกกำลังกายแบบพื้นฐานที่มีอยู่ตามฟิตเนสอยู่แล้ว ทำให้เป็นโอกาสสำหรับทุกคนที่จะเข้าถึงได้
ขอแค่คุณเคยออกกำลังกายในแบบนี้มา เข้าใจวิธีการเล่นพื้นฐานที่ไม่เป็นอันตราย และใจกล้าพอที่จะมาทดสอบขีดความสามารถของร่างกายและจิตใจตัวเองก็เข้าร่วมได้เลย
สิ่งนี้ทำให้ HYROX ไม่ได้ถูกจำกัดหรือสงวนเอาไว้สำหรับนักกีฬามือโปรหรืออย่างน้อยในระดับมือสมัครเล่น แต่เป็นใครก็ได้ทั้งนั้นที่เข้าร่วมการแข่งขัน
เมื่อทุกคนคือนักกีฬา และนักกีฬาทุกคนมีเรื่องราว ซึ่งมีตั้งแต่การฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่ง รูปร่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
ความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น ชุดแข่งสวยๆ รองเท้าเท่ๆ ไปจนถึงภาพของการท้าทายขีดความสามารถของตัวเองแบบสุดขั้วหัวใจ
สิ่งเหล่านี้คือสุดยอด Content จาก User ที่จับใจผู้คนที่ได้เห็นและถ้าไม่ถูกส่งต่อ อย่างน้อยก็ผ่านสายตาของผู้คน
ปรากฏการณ์ไวรัลของ HYROX คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นกระแสที่ไม่มีใครอยากตกเทรนด์
เกมกีฬาที่มีค่ามากมาย
คำว่า “HYROX” มีที่มาง่ายๆจากคำว่า HYBRID (ผสม) + ROCKSTAR ที่อาจตีความหมายได้ว่าแต่ละคนก็สามารถเป็นดาวดัง (ร็อคสตาร์) ในแบบของตัวเอง
แต่การจะได้เป็นคนดังในแบบของตัวเองนั้นมันต้องแลกมาด้วยสิ่งมี “ค่า” หลายอย่าง
เริ่มตั้งแต่ “ค่าสมัคร” ซึ่งการจะเข้าร่วมแข่งขันจะมีค่าสมัครตั้งแต่ 3,000-5,000 บาท (สำหรับการแข่งขันในประเทศไทย แล้วแต่ประเภท) เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
คนที่จะสมัครลงแข่งนั้นเอาเข้าจริงก็ไม่ถึงกับใครก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งนั่นหมายถึงมีค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกฟิตเนส รวมถึงค่าเทรนเนอร์ที่จะทำการฝึกฝนให้อีก ปัจจุบันฟิตเนสหลายแห่งมีการจัดคอร์สสำหรับฝึก HYROX โดยเฉพาะซึ่งก็มีสนนราคาอีกในหลัก “หลายพันบาท”
ด้วยความที่ภาพลักษณ์ของการแข่งเป็นกีฬาที่มีความเท่ (Cool) ไม่มีนักกีฬาแบบหมดสภาพ อ้วนเผลอ กางเกงบ็อกเซอร์ไปแข่ง ทำให้คนที่จะเข้าร่วมการแข่งต้องเตรียมความพร้อมของชุดพอสมควร เสื้อผ้าชุดออกกำลังกายมีราคาหลักพันบาท รองเท้าที่หากอยากให้ตอบโจทย์ที่สุดก็ต้องเป็นรองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับแข่ง HYROX โดยเฉพาะที่ส่วนใหญ่จะเป็นรองเท้ากลุ่มบนที่มีราคาสูงราว 5,000 บาทขึ้นไป ไม่นับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ ถุงมือ หรือนาฬิกาสมาร์ทวอชที่ไว้จับข้อมูลร่างกายของตัวเองขณะออกกำลัง
สำหรับ นักกีฬา HYROX แบบจริงจัง หลังการฝึกฝนหรือการแข่ง ก็จะมีคอร์สการฟื้นฟู (Recovery) เช่น การอาบน้ำแข็ง (Ice bath) ซึ่งก็เป็นกระแสสุขภาพในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน และแน่นอนก็มีสนนราคาที่ต้องจ่ายพอสมควร
นอกเหนือจากนี้สำหรับนักกีฬาที่ลงแข่งแล้วอยากได้รูปถ่ายสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก็ต้องยอมจ่ายเงินในราว 1,400 บาทให้กับช่างภาพประจำงานด้วย ยกเว้นแต่จะมีช่างภาพส่วนตัวเสียเงินเข้ามาทั้งเชียร์และถ่ายภาพเก็บเอาไว้ให้
ในงาน HYROX THAILAND 2026 ที่เพิ่งจบลงไป คนที่ยังไม่ได้ลงแข่งแต่อยากเข้าชมก็ต้องเสียค่าเข้าชมถึง 400 บาท
เรียกได้ว่า HYROX เป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่สำหรับหลายคนมันเป็นราคาที่พวกเขาพร้อมจะจ่าย
และสิ่งที่ได้กลับมาแล้วมีค่าที่สุดคือ “สุขภาพที่ดี” ซึ่งหาค่าไม่ได้
สนามใหม่ที่แบรนด์รอไม่ได้
ตัวเลขประมาณการของผู้สมัครลงแข่ง HYROX THAILAND 2026 ซึ่งเป็นการจัดงานปีที่ 2 ติดต่อกัน ปรากฏว่าจำนวนผู้สมัครนั้นสูงขึ้นกว่าปีกลาย (2025) มากกว่าเท่าตัว
โดยในปีนี้จำนวนยอดผู้สมัคร 17,500 คน (โดยที่ค่าสมัครเฉลี่ยที่ 4,000 บาทต่อคน) ซึ่งนับเป็นจำนวนที่เทียบเท่ากับการแข่งที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อรวมกับที่บอกไปข้างต้นว่ากลุ่มคนเล่น HYROX จัดเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง (High spending) นั่นหมายถึงแบรนด์มีโอกาสที่จะเข้ามาเล่นในเกมกีฬานี้ด้วยเหมือนกัน
ที่สำคัญคือช้าไม่ได้
จริงอยู่ที่แบรนด์ผู้สนับสนุนหลักของ HYROX อย่างเป็นทางการในระดับ Global มี 6 รายด้วยกัน นำโดย PUMA, MYPROTEIN, Concept2, CENTR, amazfit และ HIA ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายหรือสุขภาพ
แต่ยังมีที่ว่างให้แบรนด์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าชุดแข่งขันกีฬา รองเท้า ไปจนถึงเครื่องดื่มให้พลังงาน โปรตีนสำเร็จรูปสำหรับนักกีฬา ไปจนถึงยิมฟิตเนสที่เปิดคอร์สสอน คลีนิกสำหรับการดูแลสภาพร่างกายของนักกีฬา และโค้ชที่พัฒนาศักยภาพสำหรับการเข้าแข่ง HYROX โดยเฉพาะ
คิดต่อได้ว่าแม้กระทั่งแบรนด์กล้องถ่ายภาพเองก็สามารถเข้ามา Capture the moment ให้นักกีฬาได้เหมือนกัน (แบบรับประกันว่าภาพไม่บ้งแน่นอน) ไปจนถึงประกันชีวิต ประกันสุขภาพต่างๆที่เข้ามาหาจุดเชื่อมโยงได้ทั้งสิ้น
ดังนั้น เชื่อได้ว่าหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นในระดับโลก (Global) หรือในระดับภูมิภาค (Regional) จะมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงของแบรนด์มากมายที่จะกระโจนเข้าสู่สมรภูมิ HYROX
Sport destination
จากความสำเร็จของการจัดการแข่งล่าสุด ยังมองเห็นโอกาสสำหรับประเทศไทยที่จะใช้ HYROX นำในการเป็น Sport destination ในฐานะตลาดกีฬาเชิงประสบการณ์ ด้วยการดึงดูดนักกีฬาจากต่างประเทศให้เดินทางมาทำการแข่งขัน
HYROX จะไม่จบแค่เรื่องของเกมกีฬา แต่จะหมายถึงการจัดอีเวนต์ระดับประเทศ ที่ต่อยอดไปถึงการเป็นมหกรรมกีฬาขนาดย่อม, การท่องเที่ยว, การผลิตสินค้า หรือแม้แต่การต่อยอดของฟิตเนสไปสู่ศูนย์การพัฒนาศักยภาพนักกีฬาก็ยังได้
อย่าลืมว่าเรื่องของ เทรนด์สุขภาพ (Wellness) เป็นเทรนด์ที่ยังมาแรงต่อเนื่อง และ HYROX มีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับเทรนด์นี้โดยตรงอยู่แล้ว เพราะนักกีฬาที่ลงแข่งขันจำนวนมากไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ (บนโลกนี้มีนักกีฬา HYROX อาชีพแต่ไม่มาก และในระดับสูงสุดหรือ Elite มีเพียงแค่ 15 คน) แต่เป็นคนธรรมดาๆ
เป้าหมายของนักกีฬาคนธรรมดาเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการเป็นแชมป์ แต่หมายถึงการได้ลงแข่งขันเยี่ยงนักกีฬา และได้สุขภาพที่ดีกลับมาเป็นรางวัลของชีวิต
สำหรับประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างไทย HYROX มีโอกาสจะเป็นอาวุธหนักชนิดใหม่ที่น่าสนใจและน่าสนับสนุน
อย่าลืมว่าประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ เรามีเมืองท่องเที่ยวอีกมากมายที่มีชื่อเสียงในระดับโลก และการจัดแข่ง HYROX ไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่ที่พิเศษหรือมีความจำเพาะมากขนาดนั้น
แค่กระแสหรือยั่งยืน?
แต่ถึงภาพที่ออกมาจะดูสวยงามและน่าตื่นเต้นมากแค่ไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่า HYROX เผชิญกับคำถามและความสงสัย ว่านี่จะเป็นแค่กีฬาที่ฮิตชั่วคราวมาแล้วก็ไป หรือจะยั่งยืนหยั่งรากตลอดไป
เรื่องนี้นักวิเคราะห์ยังมองว่าตลาด HYROX แม้จะเป็นกีฬาที่มากับกระแสแต่อัตราการเติบโตของตลาดนี้ยังน่าสนใจ เพราะการเติบโตของจำนวนอีเวนต์การแข่งขันที่ในปี 2025 มีจำนวน 83 รายการ จาก 11 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพหน้าใหม่ โดยมีจำนวนผู้ที่เข้าร่วมถึง 6.5 แสนคน และสร้างรายได้มากกว่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.5 พันล้านบาท)
สำหรับปี 2026 คาดว่าจะมีจำนวนอีเวนต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 อีเวนต์ และมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 1 ล้านคน โดยที่คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.1 พันล้านบาท)
โดยที่หลังจากนี้ยังมีการประเมินว่า HYROX สามารถเติบโตได้เพิ่มขึ้นไปอีก 2-3 เท่า
ความท้าทายที่สำคัญอยู่ที่จะทำอย่างไรให้นักกีฬาหน้าเก่ายังคงสมัครลงแข่งขันต่อไป (หรือจะรักษาความรู้สึกท้าทายเหมือนในครั้งแรกๆนี้เอาไว้อย่างไร) และจะดึงดูดนักกีฬาหน้าใหม่ให้เข้าสู่วงการได้อย่างไร เพราะอย่าลืมว่า HYROX มีความคล้ายคลึงกับกีฬาในประเภทของการออกกำลังกาย (ซึ่งพัฒนาในแนวทางคล้ายๆกัน) อย่าง CrossFit หรือ Spartan ที่ถูกมองว่าเป็น “ขั้นที่สูงกว่า” ในเวลานี้
อย่างไรก็ดีด้วยเสน่ห์บางประการของ HYROX ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงที่ง่าย สังคมชุมชน (Community) ที่เข้มแข็ง ภาพลักษณ์ที่ดีของการแข่งขันที่ดูเท่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่ากีฬา “ฟิตเนสมาราธอน” (ตามนิยามของผู้ก่อตั้ง) จะยังเดินหน้าต่อไปได้
ที่บอกแบบนี้เพราะผู้เขียนเองก็รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้หุ่นเท่ๆกับเขาบ้างเหมือนกัน!





