วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2569

Login
Login

ธปท.คุม ‘ธุรกรรมเงินสด’ เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ’เสี่ยงสูง‘ แบงก์ต้องตรวจที่มา-วัตถุประสงค์เข้ม

ธปท.คุม ‘ธุรกรรมเงินสด’ เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ’เสี่ยงสูง‘ แบงก์ต้องตรวจที่มา-วัตถุประสงค์เข้ม

ธปท.เดินหน้าคุมเข้มธุรกรรมเงินสดทั่วระบบการเงิน ยกระดับมาตรฐานป้องกันการฟอกเงินอย่างเป็นรูปธรรม กำหนดธุรกรรมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปภายในวันเดียวเป็น “ความเสี่ยงสูง” แบงก์ต้องตรวจสอบทั้งตัวตนลูกค้า วัตถุประสงค์แหล่งที่มาของเงินอย่างละเอียด

ล่าสุด ธนาคารแห่ประเทศไทย(ธปท.) ประกาศใช้หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยกำหนดให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสด

ซึ่งถูกจัดเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และมีโอกาสถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการฟอกเงิน

สาระสำคัญของประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินต้องจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบายภายใน การระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ไปจนถึงการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในมาตรการหลักคือการดำเนินการ “รู้จักลูกค้า” หรือ KYC โดยสถาบันการเงินต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้าอย่างเข้มงวด ทั้งในช่องทางสาขาและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การใช้บัตรประจำตัวประชาชน เอกสารทางราชการ หรือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เช่น PIN, OTP และ Biometrics เพื่อป้องกันการแอบอ้างและลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม

นอกจากการยืนยันตัวตนแล้ว ธปท.ยังกำหนดให้สถาบันการเงินต้องสอบถามและขอข้อมูลเกี่ยวกับ “วัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรมเงินสด”

โดยเฉพาะในกรณีที่ธุรกรรมมีมูลค่าสูงหรือมีลักษณะไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้า หากลูกค้าไม่สามารถให้ข้อมูลหรือเอกสารประกอบได้อย่างเพียงพอ แต่ยังมีเหตุผลที่เหมาะสมและแสดงความจำเป็นในการทำธุรกรรม อาจยังสามารถให้บริการได้ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าไม่สามารถชี้แจงเหตุผลหรือแสดงความจำเป็นของธุรกรรมได้อย่างสมเหตุสมผล สถาบันการเงินต้อง “ปฏิเสธ” การทำธุรกรรมเงินสดในครั้งนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

โดย ธปท.กำหนดชัดเจนว่า ธุรกรรมเงินสดที่เกิดขึ้นภายใน 1 วัน ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องถูกจัดเป็น “ธุรกรรมความเสี่ยงสูง” โดยสถาบันการเงินต้องยกระดับการตรวจสอบลูกค้าเป็นระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) สำหรับธุรกรรมดังกล่าว

ภายใต้การตรวจสอบระดับเข้มข้น สถาบันการเงินต้องไม่เพียงขอข้อมูลวัตถุประสงค์ของธุรกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงอาจต้องให้ลูกค้านำส่งเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ กิจการ สถานที่ทำงาน หรือในกรณีลูกค้านิติบุคคล ต้องตรวจสอบถึงผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง

หากสถาบันการเงินไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลลูกค้าในระดับเข้มข้นได้ หรือได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ และลูกค้าไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เหมาะสมได้ สถาบันการเงินต้องไม่ดำเนินธุรกรรมเงินสดดังกล่าว พร้อมทั้งรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และดำเนินการติดตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับต่อไป

ขณะเดียวกัน หากลูกค้ามีเหตุผลจำเป็น แต่ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน สถาบันการเงินอาจพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น แนะนำให้ใช้ช่องทางธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบเส้นทางเงินได้ หรือจำกัดวงเงินการทำธุรกรรมเงินสด เพื่อลดความเสี่ยง

ในด้านการติดตามพฤติกรรม ธปท.กำหนดให้สถาบันการเงินต้องมีระบบเฝ้าระวัง ตรวจจับ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการแทน โดยต้องมีการบันทึกข้อมูลพฤติกรรมที่ผิดปกติไว้ในระบบ เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม

หากพบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติ หรือไม่มีเหตุผลชัดเจน สถาบันการเงินต้องติดตามและเฝ้าระวังลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับระดับความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์

นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังต้องจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเงินสดอย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลการยืนยันตัวตน วัตถุประสงค์ของธุรกรรม และพฤติกรรมการทำธุรกรรม โดยต้องจัดเก็บในระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัย และเก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อรองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับ หรือใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการสอบสวน

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการจัดทำและส่งรายงานธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติให้ ธปท. ตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อให้สามารถติดตามและกำกับดูแลความเสี่ยงของระบบการเงินได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นรายกรณีเมื่อมีการร้องขอ

ในด้านอำนาจกำกับ ธปท.สามารถกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม หรือสั่งให้สถาบันการเงินแก้ไข ชะลอ หรือระงับการให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ หรือมีการดำเนินการที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบการเงิน

ขณะเดียวกัน ประกาศยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า โดยกำหนดให้สถาบันการเงินต้องมีแนวทางช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีที่ภายหลังตรวจสอบพบว่า ธุรกรรมไม่ได้มีลักษณะผิดปกติ

ธปท.ยังสนับสนุนให้สถาบันการเงินนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับธุรกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การรับฝากเงินสด การฝากเช็คเงินสด และการแลกธนบัตร พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีการออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในอนาคต

โดยรวม มาตรการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดของไทยอย่างมีนัยสำคัญ เน้นทั้งการป้องกันเชิงรุก การตรวจสอบเชิงลึก และการรายงานข้อมูล เพื่อปิดช่องโหว่การฟอกเงิน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสถาบันการเงินในระยะยาว

แม้การดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่อาจทำให้ขั้นตอนการทำธุรกรรมเงินสดมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป แต่ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกของผู้ใช้บริการและความปลอดภัยของระบบการเงิน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว