นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO กล่าวว่า ความเสี่ยงยุคใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อครอบครัวไทย โดยจากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ครัวเรือนไทยกว่า 77% ไม่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6 เดือน ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนยังทรงตัวในระดับสูงราว 90% ของ GDP
ค่ารักษาพยาบาลยังเติบโตเร็วกว่ารายได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10–11% ทำให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินมากที่สุด
สาเหตุมาจากโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป ประกอบกับครอบครัวเดี่ยวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาลูกหลานมากขึ้น ทำให้ภาระการดูแลและภาระทางเศรษฐกิจของครัวเรือนทวีความเข้มข้นมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงยุคใหม่ยัง “ไหลลงมาถึงระดับครอบครัว” อย่างชัดเจน เช่น ความเสี่ยงจากสังคมอายุยืน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนและภัยพิบัติ ตลอดจนความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากเทคโนโลยีดิจิทัลและการรุกคืบของ AI ล้วนเป็นปัจจัยซ้อนทับกระทบความมั่นคงครัวเรือนในทุกมิติ
ท่ามกลางความเสี่ยงที่หลากหลาย วิธีปกป้องครอบครัวแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ครอบครัวจำเป็นต้องมี “ระบบจัดการความเสี่ยงทั้งครอบครัว (Family Risk Management System)” ที่ดูแลครบทั้งสุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน และอนาคตระยะยาว เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว
บทบาทของทิสโก้ในฐานะ Your Trusted Financial Advisor จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ แต่คือการเป็นที่ปรึกษาที่เดินไปกับลูกค้า ช่วยตั้งคำถามที่ถูกต้อง ตรวจสอบความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และประกอบเกราะคุ้มครองให้มีความต่อเนื่องทางการเงินแม้ในวันที่ไม่คาดคิด
แต่ละครอบครัวมีความเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป บางครอบครัวมีลูกเล็ก บางครอบครัวต้องดูแลผู้สูงอายุ ดั้งนั้นการออกแบบความคุ้มครองจึงต้องเริ่มจากการมองทั้งครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถโอนความเสี่ยงออกไปได้ครบถ้วน และยังยืนหยัดได้แม้ต้องเจอกับเหตุไม่คาดคิด
"เพราะสำหรับทิสโก้ “ครอบครัว” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวันนี้ แต่คืออนาคตทั้งชีวิตของทุกคน นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด Family First: ครอบครัวเรา…ไม่ธรรมดา"
3 Save Series - ระบบคุ้มครองทั้งครอบครัวแบบองค์รวม
นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ทิสโก้ได้พัฒนา “Family First – 3 Save Series” ระบบความคุ้มครองที่ทำงานเสมือน “งบดุลของครอบครัว” ขึ้น ที่มองทรัพย์สิน ภาระ และเป้าหมายอย่างสัมพันธ์กัน ตั้งหลักด้วยการ “Save ความฝัน” เพื่อรักษาอนาคตของครอบครัวไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับความผันผวน
ไม่ว่าจะเป็นเงินการศึกษาของลูก การออมตามเป้าหมาย หรือแผนเกษียณ ต่อด้วย “Save ความเสี่ยง” เพื่อปิดจุดเปราะบางที่ทำให้ชีวิตสะดุด ทั้งค่ารักษาโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ และรายได้ที่อาจหยุดชะงัก และปิดท้ายด้วย “Save ทรัพย์สิน” เพื่อปกป้องฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต ทั้งตัวบ้าน รถ ของใช้จำเป็น ไปจนถึงทรัพย์สินดิจิทัลในยุคที่เทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของกิจวัตร
ปัญหาที่เราเห็นบ่อย คือความคุ้มครองที่มีอยู่ไม่พอในจุดที่จำเป็น หรือมีหลายฉบับแต่ไม่สอดประสานกัน เกิดช่องว่างที่ครอบครัวไม่เคยมองเห็น กระทั่งวันที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าระบบมีรอยรั่ว
ทิสโก้จึงพัฒนาระบบคุ้มครองที่มองภาพของทั้งครอบครัว ไม่จำกัดอยู่แค่กรมธรรม์รายชิ้น และไม่ใช่การขายแพ็กเกจสำเร็จรูป แต่เป็นการ “ประกอบเกราะ” ให้พอดีกับชีวิตของแต่ละครอบครัว (Personalized Protection) โดยใช้แนวคิด Open Architecture คัดเลือกผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรประกันกว่า 15 บริษัท เพื่อให้ลูกค้าได้รับทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดทั้งด้านคุณภาพและความคุ้มค่า
ในเชิงสถานการณ์ แนวทางที่ปรึกษาเชิงรุกนี้ คือการจัดลำดับสิ่งสำคัญตามบริบทของแต่ละบ้าน ยกตัวอย่าง คนโสดวัยทำงาน ซึ่งมีรายได้เป็นทรัพยากรหลักควรตั้ง “เกราะสุขภาพ” เป็นแกนกลาง ควบคู่กับความคุ้มครองโรคร้ายแรงและรายได้ทดแทนในช่วงพักรักษาตัว
เพื่อให้ค่าใช้จ่ายประจำยังดำเนินต่อได้โดยไม่สะดุด พร้อมดูแลทรัพย์สินจำเป็นอย่างคอนโดมิเนียม รถยนต์ และเสริมภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ไปพร้อมกัน ขณะที่อนาคตก็ไม่ควรมองข้าม ด้วยการเริ่มออมตามเป้าหมายระยะสั้นถึงกลางและวางแผนเกษียณ
ส่วนครอบครัวกลุ่มแซนด์วิชที่ต้องดูแลทั้งลูกเล็กและผู้สูงอายุ ความเสี่ยงมักไม่ได้มาเพียงด้านเดียว การออกแบบระบบคุ้มครองจึงต้องโอบรับทั้งบ้าน เริ่มจากเสริมเกราะให้ผู้หาเลี้ยงหลักด้วยความคุ้มครองโรคร้ายแรง วางแผนสุขภาพสำหรับทุกคนในบ้าน
เพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และปกป้องฐานสำคัญที่เป็นทรัพย์สินในบ้าน เพื่อลดโอกาสการ “ดึงเงินฉุกเฉิน” ออกมาใช้โดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน แผนการศึกษาของลูกและแผนเกษียณของพ่อแม่ควรถูก “กันเงิน” แยกให้ชัดเจน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของอนาคต แม้เกิดเหตุไม่คาดคิดกับผู้หาเลี้ยงหลัก ครอบครัวก็ยังยืนหยัดได้โดยไม่ล้มทั้งระบบ





