วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

'กองปราบ' สั่ง Webull เร่งเพิ่มมาตรการสกัด 'แก๊งฟอกเงิน'

'กองปราบ' สั่ง Webull เร่งเพิ่มมาตรการสกัด 'แก๊งฟอกเงิน'

รอง ผบก.ป. เผยหลังหารือ Webull คุมเข้มการโอนเงินออกจากแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ พบยอดผิดปกติที่อาจเกี่ยวกับ "การฟอกเงิน" ลดลงไปมาก ส่วนระบบ KYC หละหลวมหรือไม่เป็นหน้าที่ของ ก.ล.ต. ที่ต้องพิจารณา

พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและวางมาตรการป้องกันกรณีกลุ่มอาชญากรใช้แพลตฟอร์ม Webull เป็นช่องทางในการฟอกเงินและถ่ายเททรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยระบุว่าทางชุดทำงานของศูนย์มอนิเตอร์ได้เฝ้าติดตามเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้ายจนตรวจพบความผิดปกติที่เกิดขึ้น

จากการหารือร่วมกับทางแพลตฟอร์ม Webull ได้ข้อสรุปในการเพิ่มความเข้มงวดในประเด็นเรื่องการโอนเงินออกแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราขอให้แพลตฟอร์มระงับการถอนเงินแบบเรียลไทม์ (Hold เงิน) เพื่อให้มีระยะเวลาตรวจสอบ ซึ่งหลังแพลตฟอร์มรับไปดำเนินการก็พบว่า ตัวเลขความผิดปกติลดลงอย่างเห็นได้ชัดและเริ่มหายไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

 

ในส่วนของระบบการพิสูจน์ตัวตน (KYC) พ.ต.อ.วิจักขณ์ ระบุว่า ได้เน้นย้ำให้แพลตฟอร์มเพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะกับกลุ่มบัญชีที่เปิดใหม่ เนื่องจากพบพฤติการณ์คนร้ายเริ่มหันมาใช้ช่องทางเหล่านี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานความรัดกุมของระบบ KYC นั้นขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลแพลตฟอร์มเหล่านี้ ดังนั้นระบบ KYC ของแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ต้องขึ้นกับการพิจารณาของ ก.ล.ต.

สำหรับประเด็นความรับผิดทางกฎหมายของตัวแพลตฟอร์ม พ.ต.อ.วิจักขณ์ ชี้แจงว่าเนื่องจากเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจาก ก.ล.ต. การพิจารณาความผิดในทางคดีจึงต้องดูที่เจตนาว่ามีส่วนร่วมรู้เห็นกับคนร้ายหรือไม่

"ปัจจุบันคนร้ายพยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของตำรวจอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มนี้ แต่รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ เช่น Shopee หรือ Taobao ซึ่งทางตำรวจได้มีการเรียกมาพูดคุยและวางมาตรการป้องกันในลักษณะเดียวกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของอาชญากร" พ.ต.อ.วิจักขณ์ กล่าวทิ้งท้าย