“กอบศักดิ์” ชี้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะระดับประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เตือนสถานการณ์ได้เข้าสู่ระดับ Code “RED” ซึ่งอาจสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลก เสี่ยงซ้ำรอยวิกฤติเงินเฟ้อ และการเร่งขึ้นดอกเบี้ยทั่วโลก
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO )ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นสู่ระดับประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนเข้าสู่ “ระดับอันตราย” หรือ Code “RED”
ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานการโจมตีคลังน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ และการโจมตีระลอกใหม่ที่อาจขยายวงกว้าง และกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค
ทั้งนี้ จากความกังวลใจที่เกิดขึ้นหลังการถล่มคลังน้ำมันของอิหร่านเมื่อวานนี้ สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาในช่วงต่อไปคือ การโจมตีระลอกที่สองต่ออิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่านเอง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์บานปลายมากขึ้น
ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี
ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ เรือขนส่งน้ำมัน โรงงานน้ำมัน โรงงานก๊าซ หรือคลังน้ำมันต่างๆ ที่ถือเป็นเป้านิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่การโจมตีอาจขยายไปสู่ “โรงงานสกัดน้ำจืดจากน้ำทะเล” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของหลายประเทศในภูมิภาค หากเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างเหล่านี้ อาจสร้างแรงกระแทกต่อระบบพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันโลกได้เข้าสู่ระดับ Code “RED” ซึ่งหมายถึงระดับที่อาจส่งผลกระทบอย่างจริงจังต่อเศรษฐกิจโลก หากราคาน้ำมันยังไม่ปรับลดลงโดยเร็ว
หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ โลกอาจกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นของสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งในเวลานั้นราคาน้ำมันเคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงกรกฎาคม ปี 2565
ช่วงเวลาดังกล่าวได้สร้างผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจโลก โดยเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ผลจากการขึ้นดอกเบี้ย และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังทำให้ราคาสินทรัพย์หลายประเภทปรับตัวลดลง และเป็นช่วงที่สินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งเคยปรับตัวขึ้นอย่างมากก่อนหน้านั้นเข้าสู่ช่วงขาลง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงจากระดับประมาณ 70,000 ดอลลาร์ เหลือเพียงประมาณ 17,000 ดอลลาร์ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
สำหรับประเทศไทย ในช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ในเวลานั้น ภาครัฐต้องเข้ามาใช้มาตรการพยุงราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และภาคธุรกิจ ส่งผลให้เกิดภาระทางการเงินจำนวนมาก ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท
สำหรับสถานการณ์ในรอบนี้ แม้ว่าราคาน้ำมันที่ระดับประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ แต่ยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นต่อไปในระยะข้างหน้า
ความเสี่ยงดังกล่าวเกิดจากความเป็นไปได้ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจได้รับความเสียหายเพิ่มเติม หากสถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างมากขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน หมายความว่าหลายประเทศจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนที่หลายฝ่ายยังมองว่าสถานการณ์อาจยังมีเวลาให้รับมือได้
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าโจทย์ได้ยากขึ้นอีกระดับหนึ่ง เพราะหากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง การพยุงราคาพลังงานอาจทำได้ไม่นานนัก
ขณะเดียวกัน หากสงครามขยายวงกว้างจนกระทบต่อโครงสร้างการผลิต และการขนส่งน้ำมันบางส่วน อาจนำไปสู่ภาวะพลังงานตึงตัว หรือแม้แต่การขาดแคลนพลังงานในระยะยาวได้
ดังนั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยต้องเร่งดำเนินมาตรการด้านพลังงานอย่างจริงจังมากขึ้น
แนวทางหนึ่งคือ การเร่งจัดหา และยืนยันแหล่งน้ำมันล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานได้ก่อนประเทศอื่นๆ ในกรณีที่เกิดภาวะตึงตัวของตลาดพลังงานโลก
นอกจากนี้ ยังควรเร่งพิจารณาทางเลือกด้านพลังงานอื่นๆ ควบคู่กันไป ทั้งการส่งเสริมพลังงานทดแทน การผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ และการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน อาจต้องนำทางเลือกด้านพลังงานบางอย่างที่เคยถูกลดบทบาทหรือปิดไปก่อนหน้านี้กลับมาพิจารณาใหม่ เช่น การใช้ถ่านหิน รวมถึงการเปิดทางเลือกใหม่ด้านพลังงานที่เคยถูกจำกัดไว้ก่อนหน้านี้
อีกหนึ่งแนวทางที่ถูกกล่าวถึงคือ การเปิดทางเลือกด้านพลังงานจากแหล่งเดิมที่เคยถูกจำกัด เช่น พลังงานจากรัสเซีย ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกของการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานในสถานการณ์ที่ตลาดโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งสำคัญคือ การต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
“ถึงเวลาที่ต้องบอกว่า Move Move Move” พร้อมย้ำว่าการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าย่อมดีกว่าการไม่เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ตลาดโลก และหลายประเทศต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





