วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

“ธปท.” ห่วงเศรษฐกิจไตรมาส 1 ชะลอ ภาคการผลิตไม่โต-เจอปัญหาเชิงโครงสร้าง

“ธปท.” ห่วงเศรษฐกิจไตรมาส 1 ชะลอ ภาคการผลิตไม่โต-เจอปัญหาเชิงโครงสร้าง

ธปท. คาดเศรษฐกิจไตรมาส 1 ปี 2569 ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน จากดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่เติบโต ซ้ำเติมด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างเรื้อรัง การแข่งขันทั้งในภาคการท่องเที่ยวและการค้าซึ่งมีความไม่แน่นอนสูงจากนโยบายภาษีสหรัฐและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

นางสาวปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ผ่านมา จากปัจจัยในฝั่งซัพพลายเป็นสำคัญ

โดยสะท้อนผ่านดัชนีการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือน ม.ค. ที่เติบโต 0% จากเดือนก่อนหน้า จากการชะลอการผลิตวัสดุก่อสร้างตามดีมานด์ภาคก่อสร้างที่ซบเซา รวมถึงการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลงจากเร่งส่งออก (frontloading) ไปแล้วก่อนหน้านี้

รายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ม.ค. ปี 2569 อยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ หรือเกินดุลลดลงเนื่องจากบันทึกขาดดุลการค้าราว 7 ร้อยล้านดอลลาร์ในการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิตเพิ่มขึ้นจากฝั่งธุรกิจการค้าและการขนส่ง 

โดยสัดส่วนการนำเข้าเป็นสินค้าทุน 40% และสินค้าเพื่อการบริโภคราว 10% จากสัดส่วนดุลการค้าทั้งหมด สะท้อนลักษณะการนำเข้าเป็นไปเพื่อการผลิตและส่งออก

ทั้งนี้ มองว่าการนำเข้าเพื่อการผลิตส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแม้จะเป็นแรงส่งให้ภาคการส่งออกเติบโต ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก แต่ยังก่อให้เกิดความกังวลว่าในบรรดาสินค้าที่ผลิต ยังมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบชิ้นส่วนที่มาจากผู้ผลิตในประเทศ (local content) ต่ำ ทำให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ขยายตัว แม้ตัวเลขการส่งออกจะเพิ่มขึ้นมากในระยะที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และความไม่แน่นอนในหลายทิศทาง เช่น ผลกระทบของนโยบายภาษีสหรัฐและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการการแข่งขันทั้งในภาคการท่องเที่ยวและการค้า ประกอบกับความไม่แน่นอนของงบประมาณปี 70 และ มาตรการภาครัฐซึ่งยังต้องจับตามองในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือน ม.ค. 2569 ยังคงขยายตัวจากเดือน ธ.ค. ปี 2568 ตามดีมานด์จากทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อกิจกรรมในภาคบริการ การท่องเที่ยว และภาคการค้าปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

โดยดีมานด์จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมาจากตัวเลขการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำซึ่งเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง  ประกอบกับรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย

ขณะที่ดีมานด์ในประเทศเพิ่มขึ้นจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการส่งมอบรถยนต์อีวีตามโครงการ EV 3.0 ที่ขยายช่วงเวลาดำเนินโครงการมาในเดือน ม.ค. จากเดิมที่คาดสิ้นสุดในเดือน ธ.ค. 

สำหรับเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นที่ -0.66% จากราคาพลังงานราคาสินค้าเกษตรลดลง หลังผลผลิตกลับมามากขึ้นเมื่อพ้นช่วงน้ำท่วม เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.6% ลดลงเล็กน้อยจากราคารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นหลังมีการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต