วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘วิทัย‘ ลุยปราบทุนเทา จ่อออกประกาศใน 2สัปดาห์ คุม ’ฝาก-ถอนเงินสด‘ เกิน 5 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์

‘วิทัย‘ ลุยปราบทุนเทา จ่อออกประกาศใน 2สัปดาห์ คุม ’ฝาก-ถอนเงินสด‘ เกิน 5 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มองว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆแบงก์ชาติเองต้องปรับบทบาทจากการพึ่งพาเครื่องมือดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้มาตรการเฉพาะจุด (Targeted measures)มากขึ้น เพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพและตรงจุดยิ่งขึ้น
 

โดยหนึ่งในบทบาทเชิงรุกของแบงก์ชาติในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ  ที่มองว่าต้องเร่งจัดการ คือการปราบปรามทุนเทาและธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ

ในมิติการป้องปรามอาชญากรรมทางการเงิน ธปท.ได้มีการกำกับดูแลระบบโอนเงินและช่องทางดิจิทัลอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยที่ ธปท.เตรียมออกคำสั่งคุมเข้มธุรกิจ e-Money มากขึ้นและผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นบัญชีม้าจะถูกจำกัดวงเงินการโอนเงิน

ทั้งนี้ ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ธปท.ได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ ซึ่งผลที่ได้ถือว่ามีประสิทธิผล โดยสามารถลดปริมาณธุรกรรมที่น่าสงสัยลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากผลลัพธ์ดังกล่าว ธปท. จึงเตรียมออกเกณฑ์ใหม่เพื่อกำกับดูแลการเบิกเงินสดและการฝากเงินสดจำนวนมาก ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อยกระดับมาตรการให้เป็นระบบถาวรมากขึ้น

สำหรับรายละเอียดของเกณฑ์ใหม่ จะกำหนดให้การถอนเงินสดและการฝากเงินสดในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท หากเกินกำหนดดังกล่าว สถาบันการเงิน ต้องดำเนินการสอบถามวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Due Diligence) อย่างเข้มงวด

 “หากลูกค้ามีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนหรือเป็นการใช้เงินเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวที่อธิบายได้ ก็ยังสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติ แต่หากต้องการเบิกเงินสดหรือฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาทจะต้องผ่านการตรวจพิสูจน์อย่างเข้มงวด และหากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ธนาคารจะมีสิทธิไม่อนุญาตให้ทำรายการ เพื่อบังคับให้เงินนอกระบบหรือเงินที่เก็บไว้นอกระบบต้องแสดงที่มาหากต้องการเข้าสู่ระบบธนาคาร และหากมีความจำเป็นมากขึ้นในระยะถัดไป อาจปรับลดวงเงินการถอนเงินสดและฝากเงินสดลงเหลือ 3ล้านบาทต่อไป”
 

โดย เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการป้องปรามการใช้เงินสดในกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ธุรกรรมผิดกฎหมายและการฟอกเงิน เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางทางการเงินอื่นที่สะดวกและปลอดภัยกว่า เช่น การโอนเงินหรือการใช้เช็ค

ซึ่งมาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความโปร่งใสของระบบเศรษฐกิจไทย และปิดช่องโหว่ของทุนสีเทาที่พยายามหลบเลี่ยงผ่านสินทรัพย์ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงินดอลลาร์ หรือคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง USDT ซึ่ง ธปท. กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด