วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'เศรษฐกิจฟื้น' คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% เก็บกระสุนใช้ยามจำเป็น-วิกฤติ

'เศรษฐกิจฟื้น' คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% เก็บกระสุนใช้ยามจำเป็น-วิกฤติ

“นักเศรษฐศาสตร์” ชี้แรงส่งเศรษฐกิจไทยดีกว่าคาด-มีแรงหนุนจาก “ส่งออก-ลงทุน” หนุน กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% วันนี้

'เศรษฐกิจฟื้น' คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% เก็บกระสุนใช้ยามจำเป็น-วิกฤติ ทิศทาง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และการเงินหลายฝ่ายประเมิน

สอดคล้องกันว่า “วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงใกล้ถึงจุดสิ้นสุด” แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความเปราะบาง แต่ระดับดอกเบี้ยปัจจุบันถือว่าต่ำมากแล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง.อาจตัดสินใจ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ 1.25% ในวันนี้ (25 ก.พ.69) 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประเมินว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงขาลงของดอกเบี้ย และยังมี “รูม” ให้ปรับลดได้อีกประมาณ 1 ครั้งภายในปีนี้

แต่มองวงจรการลดดอกเบี้ยกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดแล้ว เนื่องจากดอกเบี้ยที่ปรับลดลงมามากจนใกล้ระดับ 1% ซึ่งถือว่าต่ำมากในเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้พื้นที่ในการใช้นโยบายการเงินเพิ่มเติมเริ่มจำกัด

“ยังมองมีโอกาสเห็นดอกเบี้ยลงได้อีก 1 ครั้ง เพราะภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การปิดตัวของโรงงานบางส่วน และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวในระยะข้างหน้า”

ทั้งนี้ มองปัญหาหลักเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ยสูง เพราะอัตราดอกเบี้ยไทยถือว่าต่ำมากอยู่แล้ว และระดับดอกเบี้ยปัจจุบันต่ำจนธนาคารพาณิชย์แทบไม่มีช่องว่างในการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลงได้อีก

ดังนั้น หาก กนง. ไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบที่จะถึงก็ไม่ใช่ประเด็นน่ากังวล

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) มองว่าครั้งนี้ กนง. อาจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม จากเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดไว้

อีกทั้ง การเบิกจ่ายภาครัฐที่ทำได้ดีตามคาด ก็ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง

และการส่งสัญญาณของ กนง. ก่อนหน้านี้ คือ ต้องการเก็บกระสุนไว้ใช้ยามจำเป็น ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่ กนง. ต้องรีบลดดอกเบี้ย และสามารถรอความชัดเจนเศรษฐกิจข้างหน้าได้ หากเศรษฐกิจแย่ลงค่อยกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ระยะข้างหน้า เชื่อยังมีรูมในการลดดอกเบี้ยต่อในปีนี้อีก 1 ครั้ง

มองครั้งนี้น่าจะคงดอกเบี้ย เพราะ ธปท.ออกส่งสัญญาณตลอดเพื่อรักษากระสุนไว้ ใช้ในช่วงที่จำเป็น ซึ่งเป็นปัจจัยที่รอได้ หากสัญญาณแย่ในระยะข้างหน้าการกลับมาลดดอกเบี้ยก็สามารถทำได้ เพราะยังมองว่ามีรูมในการลดดอกเบี้ยในปีนี้อีกหนึ่งครั้ง”

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการและ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินการประชุม กนง.รอบนี้มีแนวโน้มสูงที่จะ “คง” อัตราดอกเบี้ย เพื่อรอดูสถานการณ์ จากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นคาด ทำให้ภาพเศรษฐกิจมีแรงส่งต่อในปีนี้

อีกทั้ง มีปัจจัยบวกจากรัฐบาลใหม่เข้าที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าเพิ่มเติม

ทั้งนี้ มองการส่งออกภาพรวมยังไปได้ดี และมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังส่งออกได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการนำเข้าแม้ว่าตัวเลขการนำเข้าจะสูงขึ้น แต่ภาพรวมการส่งออกก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

นอกจากนี้ยังมีข่าวบวกจากทรัมป์ ที่ประกาศเก็บภาษีทั่วโลก 15% ซึ่งเท่ากับทุกประเทศ ทำให้คลายความกังวลลงได้บ้าง ทำให้เป็นผลบวกต่อภาคการส่งออก ฯลฯ

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มองว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ตลอดทั้งปี เหตุผลหลักคือ เพื่อรักษาพื้นที่เชิงนโยบาย (policy space)ไว้รองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

ทั้งนี้ มองผลการลดดอกเบี้ยนโยบายต้องใช้เวลาส่งผ่านสู่เศรษฐกิจประมาณ 6-12 เดือน ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่ผลเริ่มทำงานเศรษฐกิจอาจฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นแล้ว

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า การประชุม กนง. ในวันนี้คาดยังคงดอกเบี้ยไว้ ไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย เพื่อเก็บกระสุนนโยบายไว้ใช้ในจังหวะที่เหมาะสม

โดยเฉพาะการรอประเมินทิศทางดอกเบี้ยโลกจากเฟดที่มีแนวโน้มเริ่มขยับตัวในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. นี้
โดยคาดทิศทางดอกเบี้ยปี 69 จากการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และเงินเฟ้อ มีการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางหลักคาดเฟดจะเริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยที่ชัดเจนในไตรมาส 2

โดยทั้งปีมีโอกาสปรับลดรวม 1-2 ครั้ง ตามสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มชะลอตัวแบบ Soft Landing

สำหรับไทยคาด กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้ง ภายในปีนี้ เพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และสอดรับทิศทางดอกเบี้ยโลก แต่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เฟดเริ่มขยับนำไปก่อน

เราคาดการตัดสินใจคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการ Wait and See เพื่อติดตามปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งเรื่องงบประมาณรัฐหลังการเลือกตั้ง และแรงส่งจากการบริโภคในประเทศเพราะหาก กนง. ลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจส่งผลต่อเสถียรภาพค่าเงินบาทในภาวะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐยังกว้างอยู่”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์