วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘อี่ซี่มันนี่’ จากโรงรับจำนำ สู่ ‘สถาบันสินเชื่อทางเลือก’

‘อี่ซี่มันนี่’ จากโรงรับจำนำ สู่ ‘สถาบันสินเชื่อทางเลือก’

“Easy Money” เปลี่ยนภาพธุรกิจ จาก ‘โรงรับจำนำ’สู่สถาบันสินเชื่อทางเลือก ชูโมเดล Asset-Backed Financing ที่เติบโตแรง ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ

ในช่วงเวลาที่การเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น บทบาทของ “แหล่งเงินทุนทางเลือก” จึงทวีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดคือ “Easy Money” ภายใต้อี่ซี่มันนี่กรุ๊ป ที่โดดเด่นอย่างมากในฐานะผู้ให้บริการโรงรับจำนำเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย  

“สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ” ประธานกรรมการบริหาร อีซี่มันนี่ ฉายภาพให้เห็นถึงภาพรวมธุรกิจ “Easy Money"ว่าวันนี้องค์กรกำลังก้าวข้ามภาพจำจากการเป็น “โรงรับจำนำแบบดั้งเดิม” สู่การเป็น “สถาบันสินเชื่อทางเลือกที่ทันสมัย”

ที่มีบทบาทและเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นตลอดปี21ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจปี 2548

ธุรกิจ “Easy Money” เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่ Easy Money เติบโตโดดเด่น มียอดรับจำนำคงค้างเพิ่มขึ้นจากระดับกว่า 60,000 ล้านบาท สู่ 90,000 ล้านบาท หรือเติบโตเกือบ 40%  สะท้อนทั้งความต้องการสภาพคล่องของประชาชน และความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน

สำหรับปี 2569 บริษัทยังคงตั้งเป้าการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก หรือมากกว่า 30% โดยคาดว่ายอดรับจำนำจะขยับขึ้นสู่ระดับ 120,000 ล้านบาท จากปี 2568 ที่อยู่ราว 91,000 ล้านบาท

ด้านกำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ในช่วง 1,200-1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,000 ล้านบาทในปี 2568 และเติบโตต่อเนื่องจากกว่า 700 ล้านบาทในปี 2567 การเติบโตของกำไรจึงสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านการขยายธุรกิจปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 5-8 สาขา จากปัจจุบัน 98 สาขา เพื่อให้ทะลุ 100 สาขา โดยเน้นหัวเมืองใหญ่ และพื้นที่เศรษฐกิจในต่างจังหวัด เนื่องจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีความหนาแน่นสูงแล้วส่วนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมด้านระบบบัญชีและผลประกอบการที่มีความพร้อมแล้วกว่า 60-70% และคาดว่าจะสามารถผลักดันจนเข้าสู่ตลาดได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้

แต่การทำธุรกิจก็อาจไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เพราะธุรกิจโรงรับจำนำก็ต้องเจอกับ “ความผันผวนของราคาสินทรัพย์” ที่เป็นอุปสรรคใหญ่ในการดำเนินธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทองคำผันผวนสูง ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ต

ดังนั้น ความท้าทายสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางราคาที่เหวี่ยงแรง

กลยุทธ์ที่ใช้คือการป้องกันความเสี่ยงผ่าน Gold Futures เป้าหมายไม่ใช่เพื่อ “การเก็งกำไร” จากราคาทอง แต่เพื่อให้บริษัทได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยตามแผน โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากราคาขายฝาก นอกจากนี้ เมื่อราคาตลาดผันผวนแรง บริษัทจะปรับลดสัดส่วนราคาสูงสุดที่รับจำนำลงเพื่อสร้าง Margin of Safety ที่เพียงพอ

ปัจจุบัน Easy Money มีฐานลูกค้ามากกว่า 1 ล้านราย ครอบคลุมทั้งลูกค้าเดิมที่ใช้บริการต่อเนื่อง และลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แม้แต่สาขาแรกที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2548 ก็ยังมีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

สะท้อนความต่อเนื่องของ “ความเชื่อมั่นในระยะยาว”

แก่นสำคัญของการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และมีส่วนผลักดันให้ Easy Money เติบโตต่อเนื่อง หัวใจสำคัญคือการให้ “คุณค่าต่อสังคม”โดยมองว่าการเป็นแหล่งทุนที่ซื่อสัตย์ จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและบอกต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

แนวคิดนี้ทำให้ Easy Money ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าระยะยาว มากกว่าการหวังผลกำไรจากทรัพย์สินหลุดจำนำ โมเดลการดำเนินธุรกิจของบริษัทจึงไม่ได้ตั้งอยู่บน “การขายทอดตลาด” แต่เน้นให้ลูกค้ามีโอกาสไถ่ถอนคืน และใช้บริการหมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง  

และตลอดกว่า 21 ปีของการดำเนินธุรกิจ หัวใจสำคัญคือการมี Passion และการแชร์ข้อมูลระหว่างพนักงานกว่า 300 คน ที่คอยทำหน้าที่ให้บริหารลูกค้ารวมไปถึงประเมินสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงคอยอัปเดตเทคนิคการปลอมแปลงใหม่ๆให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง 

เช่นเดียวกับด้านรักษาความปลอดภัย ที่บริษัทมีการตรวจนับทรัพย์สินทุกชิ้น ทุกสาขา ทุก10-14 วัน เพื่อลดความเสี่ยงทุจริตหรือการสับเปลี่ยนทรัพย์สิน ทรัพย์สินทั้งหมดถูกเก็บรักษาในห้องมั่นคงมาตรฐาน ISO เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทรัพย์สินลูกค้าจะคงสภาพเดิม 100%