ธปท.ชี้แจงกรณี “กัลฟ์” รายงานถือหุ้น KBank 10.03% ต่อ ก.ล.ต. ชี้วิธีคำนวณสัดส่วนถือหุ้นของ ธปท. แตกต่างกัน ทำให้ตามเกณฑ์กำกับดูแลยังไม่ถึง 10% พร้อมย้ำหากเกินเกณฑ์ต้องขออนุญาตล่วงหน้าตามกฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน
นางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงินชี้แจงว่า ตามที่บริษัทกัลฟ์ รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าได้เข้าถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่ 10.03% นั้น การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน
กล่าวคือ ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ KBank จำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ ขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งการถือหุ้นใน KBank ของบริษัทกัลฟ์ยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และบริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน
ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป





