วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘3 แบงก์ใหญ่’ ปรับเกมธุรกิจ ปี 69 เน้นเติบโต ‘ระมัดระวัง’ ท่ามกลาง ‘ความเสี่ยง’ รอบด้าน

‘3 แบงก์ใหญ่’ ปรับเกมธุรกิจ ปี 69 เน้นเติบโต ‘ระมัดระวัง’ ท่ามกลาง ‘ความเสี่ยง’ รอบด้าน

“3 แบงก์ใหญ่” ประกาศเป้าหมายธุรกิจปี 69 ยังเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้ “ความระมัดระวัง” ท่ามกลางความเสี่ยงสูง “กสิกรไทย” ตั้งเป้าสินเชื่อโต 0-2% สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจ เน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ ด้าน “เอสซีบี เอกซ์” ชูยุทธศาสตร์เติบโตสมดุล เน้นสินเชื่อคุณภาพ-รุกดิจิทัล “กรุงศรี” ตั้งเป้าโตหลักเดียว คุมคุณภาพสินทรัพย์เข้ม

ปี 2569 เป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคการเงินไทยต้องเผชิญโจทย์ท้าทายรอบด้าน จากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อุปสงค์ภายนอกประเทศที่ซบเซา ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ภายใต้บริบทดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต่างปรับท่าทีการดำเนินธุรกิจเข้าสู่โหมด “เติบโตอย่างระมัดระวัง” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น

ล่าสุด 3 ธนาคารใหญ่ ทั้ง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) สะท้อนภาพเดียวกันว่าปี 2569 ไม่ใช่ปีของการเร่งขยายธุรกิจเชิงรุก

แต่เป็นปีของการประคองการเติบโตบนฐานความมั่นคง พร้อมเลือกจุดแข็งของแต่ละธนาคารมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลาย

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของ สินเชื่อในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

ภายใต้แนวทางการเน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.75-2.95% ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อในด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย

ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิหลักเดียวถึงระดับกลาง (mid-to-high single digit) โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง ความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศ และข้ามพรมแดน

ขณะที่ การควบคุมต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในระดับ mid-40s เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่ยังมีความท้าทาย

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ กสิกรไทย ตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ต่ำกว่า 3.25% และ Credit Cost อยู่ในช่วง 140-160 bps สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน

พร้อมย้ำถึงสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป

โดยเชิงกลยุทธ์ธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมุ่งออกแบบโซลูชันทางการเงินให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงชีวิต และบริบททางธุรกิจ

ควบคู่การใช้ Data & AI เพิ่มประสิทธิภาพในการปล่อยสินเชื่อ การขยายรายได้ค่าธรรมเนียม และการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลผ่าน K PLUS และ K BIZ ภายใต้แนวคิด Digital First Experience

ฝั่ง “เอสซีบี เอกซ์” ได้ตั้งเป้าหมายธุรกิจท่ามกลางการเผชิญแรงกดดัน และความท้าทายจากเศรษฐกิจไทย โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ในระดับตัวเลขหลักเดียวต่ำถึงกลาง

สะท้อนท่าทีการดำเนินธุรกิจที่เน้นความระมัดระวัง แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ การรักษาส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารไทยพาณิชย์

รวมถึงการสนับสนุนจากธุรกิจ Gen 2 ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3.0-3.2% ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมของเอสซีบีเอกซ์ คาดจะเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวกลางถึงสูง

โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การฟื้นตัวของธุรกิจขายประกันผ่านธนาคาร และการสนับสนุนจากธุรกิจ Gen 2 อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ตั้งเป้าไว้ในระดับต่ำถึงกลางของ 40

แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุน แต่การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยยังคงเป็นลำดับความสำคัญหลักด้านคุณภาพสินทรัพย์เอสซีบีเอกซ์ คาดว่า Credit Cost จะอยู่ในช่วง 1.35-1.55% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และกลยุทธ์การติดตามหนี้อย่างเข้มแข็ง เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจ และลดความเสี่ยงด้านคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ

สำหรับ “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ตั้งเป้าหมายทางการเงินปี 2569 โดยการเติบโตของสินเชื่อรวมไว้ที่ 2-4% โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 4.0-4.3% และคาดว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเติบโตในระดับ mid-single digit

ด้านการควบคุมต้นทุน ธนาคารตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ในช่วง mid-40s สอดคล้องกับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในช่วง 3.25-3.50% และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ระดับ 120-135%

ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยง (Credit Cost) ถูกกำหนดไว้ในช่วง 200-230 bps สะท้อนความระมัดระวังต่อคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์