วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ประกันสังคมปี 2569 ปรับอะไรบ้าง? รู้ไว้ใช้สิทธิได้คุ้มกว่าเดิม

ประกันสังคมปี 2569 ปรับอะไรบ้าง? รู้ไว้ใช้สิทธิได้คุ้มกว่าเดิม

ระบบประกันสังคม ถือเป็นหนึ่งในหลักประกันสำคัญของผู้มีรายได้ในประเทศไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกจ้าง มาตรา 33 ผู้เคยเป็นลูกจ้าง มาตรา 39 หรืออาชีพอิสระ มาตรา 40 สิทธิประโยชน์ประกันสังคม สามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน หรือเมื่อถึงวัยเกษียณได้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ประกันสังคม ปี 2569 (ค.ศ. 2026) นี้ มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับฐานค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลทั้งต่อผู้ประกันตนและนายจ้างโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก นับจากครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่มีการปรับฐานค่าจ้างครั้งใหญ่ ดังนั้นการรู้ไว้ตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้ “ใช้สิทธิให้คุ้มกว่าเดิม” ได้อย่างแท้จริง

ปรับเพดานฐานค่าจ้างและเงินสมทบ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของประกันสังคมปี 2569 คือ การปรับฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบ จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 17,500 บาทต่อเดือน (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569)

เดิมทีไม่ว่าคนทำงานจะมีเงินเดือนเท่าไหร่ ระบบประกันสังคมจะคิดฐานเงินสมทบสูงสุดที่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหมายความว่า สิทธิประโยชน์และเงินบำนาญก็จะถูกคำนวณบนฐานนั้น แม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้นก็ตาม

การปรับฐานค่าจ้างครั้งนี้จึงส่งผลให้

  • เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนเพิ่มขึ้นจาก 750 บาท → 875 บาท
  • และในอนาคตจะทยอยเพิ่มขึ้นอีกใน ระยะที่ 2 และ 3
    ระยะ 2 (ปี 2572–2574): เงินสมทบสูงสุด 1,000 บาท
    ระยะ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป): เงินสมทบสูงสุด 1,150 บาท

การปรับฐานแบบ “ขั้นบันได” นี้ทำให้ระบบประกันสังคมสอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพและรายได้ในปัจจุบันมากขึ้น แทนที่จะยึดฐานเดิมที่ใช้มานาน

สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นตามฐานค่าจ้างใหม่

เมื่อฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสูงขึ้น สิทธิประโยชน์หลายด้านก็จะเพิ่มตามไปด้วย นั่นหมายความว่า “จ่ายเงินสมทบเพิ่มแล้วได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นจริง” ไม่ใช่แค่หักเงินมากขึ้นเท่านั้น

1. เงินทดแทนการขาดรายได้

- กรณี เจ็บป่วย: จากเดิมสูงสุด 7,500 บาท/เดือน → 8,750 บาท/เดือน
- กรณี ทุพพลภาพ: เพิ่มเป็น 8,750 บาท/เดือน
- กรณี ว่างงาน: เพิ่มเป็น 8,750 บาท/เดือน

2. เงินสงเคราะห์ครอบครัว

- คลอดบุตร: จาก 22,500 บาท/ครั้ง → 26,250 บาท/ครั้ง
- กรณีเสียชีวิต: จาก 90,000 บาท → 105,000 บาท

3. เงินบำนาญ

สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบครบตามจำนวนปี

- เงินบำนาญเมื่อส่งครบ 15 ปี: จาก 3,000 บาท/เดือน → 3,500 บาท/เดือน
- จะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ในระยะต่อไปของการปรับฐาน

สิ่งที่สำคัญคือ สิทธิเหล่านี้เพิ่มขึ้นเพราะ “ฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น” ถูกนำมาใช้คำนวณ ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนสิทธิใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า ยิ่งส่งเงินสมทบมากขึ้นตามฐานค่าจ้างที่เพิ่ม สิทธิที่ได้รับก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

การปรับแบบระยะยาว: ไม่ใช่แค่ปีเดียว

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้จบแค่ปี 2569 แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง 3 ระยะ ที่วางแผนไว้เพื่อให้ระบบประกันสังคมทันสมัยและสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ได้แก่

ระยะที่ 1 : พ.ศ. 2569–2571
ฐานค่าจ้างสูงสุด : 17,500 บาท
เงินสมทบสูงสุด : 875 บาท

ระยะที่ 2 : พ.ศ. 2572–2574
ฐานค่าจ้างสูงสุด : 20,000 บาท
เงินสมทบสูงสุด : 1,000 บาท

ระยะที่ 3 : พ.ศ. 2575 เป็นต้นไป
ฐานค่าจ้างสูงสุด : 23,000 บาท
เงินสมทบสูงสุด : 1,150 บาท

ประกันสังคมปี 2569 ปรับอะไรบ้าง? รู้ไว้ใช้สิทธิได้คุ้มกว่าเดิม

นั่นหมายความว่าภายในสิบปีข้างหน้า ผู้ประกันตนจะมีฐานค่าจ้างที่ใหญ่ขึ้นสำหรับการคำนวณสิทธิประโยชน์ในทุกด้าน ซึ่งจะช่วยให้ประกันสังคมมีความครอบคลุมมากขึ้นและสอดคล้องกับค่าครองชีพในอนาคต

ใครได้รับผลกระทบและควรเตรียมตัวอย่างไร

ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ลูกจ้าง) หากมีเงินเดือนมากกว่า 17,500 บาทต่อเดือน จะต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งแน่นอนว่ายอดหักเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยทันที

สรุป : จ่ายเพิ่ม–ได้สิทธิประโยชน์มากขึ้น

สรุปง่ายๆ สำหรับการเปลี่ยนแปลงประกันสังคมปี 2569 คือ

1.ฐานค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบเพิ่มขึ้น → ส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้น

2.สิทธิประโยชน์แทบทุกด้านเพิ่มตามฐานค่าจ้าง

3.มีการตั้งระบบแบบ “3 ระยะ” ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ

4.ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องปรับตัวให้ทันตั้งแต่ต้นปี

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคม “มากขึ้น” แต่ในอีกมุมหนึ่งคือ “จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นและครอบคลุมกว่าเดิม” จากการคำนวณบนฐานค่าจ้างจริงที่สะท้อนค่าครองชีพปัจจุบัน ดังนั้นอย่ามองแค่ยอดหักเงินเดือน แต่คิดถึงสิทธิที่จะได้รับในระยาวดีกว่า

 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting