วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

เอเชียแห่ลงทุน 'ETF ทองคำ' ทำสถิติใหม่ หวั่นรายย่อยทะลัก อาจจบรอบขาขึ้น

เอเชียแห่ลงทุน 'ETF ทองคำ' ทำสถิติใหม่ หวั่นรายย่อยทะลัก อาจจบรอบขาขึ้น

เอเชียแห่เทเงินเข้ากองทุน ETF ทองคำ หลายกองทุนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า การแห่เข้าของรายย่อยบ่งชี้ทองคำขาขึ้นในรอบนี้อาจใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้วหรือไม่

ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กเผยว่า กองทุน ETF ทองคำในเอเชีย มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 7.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. นี้ โดยหลายกองทุนมีเงินไหลเข้าในระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ขณะที่กองทุนที่โดดเด่นที่สุดคือ กองทุนในจีนซึ่งเน้นนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกองทุน Huaan Yifu Gold ETF ที่ดึงดูดเงินลงทุนได้ถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นมากกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. แม้จะมีการย่อตัวลงเล็กน้อยในวันนี้ (30 ม.ค.) 

การเข้าซื้อในระดับสูงจากนักลงทุนรายย่อย มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์อาจเข้าสู่ "ช่วงปลายของวัฏจักร" และมีความเสี่ยงต่อการถูกประเมินมูลค่าสูงเกินไป

“เรามีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำมาตลอดในรอบวัฏจักรนี้” นิค เฟอร์เรส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทแวนเทจ พอยท์ แอสเซท แมเนจเมนท์ ในสิงคโปร์กล่าว โดยระบุว่าบริษัทเข้าลงทุนทั้งหุ้นเหมืองทองและ ETF ทองคำ

“อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงหลังมีลักษณะรวดเร็ว เต็มไปด้วยอารมณ์ และไม่เป็นเส้นตรง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนว่า แนวโน้มขาขึ้นอาจขยายตัวมากเกินไปในเชิงกลยุทธ์”

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกในระดับสูง รวมถึงเงินไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ โดยข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ปริมาณการถือครองทองคำของกองทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบทุกเดือน ยกเว้นเพียงเดือนพ.ค.

นอกจากนี้ โลหะมีค่ายังได้รับอานิสงส์จากการที่นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐและแนวโน้มที่สหรัฐมีท่าทีแยกตัวจากเวทีโลกมากขึ้น

ด้านดัชนี Relative Strength Index ของทองคำ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับราว 90 จุด ซึ่งสูงกว่าระดับ 70 จุด ที่โดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณว่าราคามีโอกาสปรับฐานในระยะใกล้ 

ขณะที่ WGC ระบุในรายงานคาดการณ์ปี 2026 ว่า หากนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ประสบความสำเร็จ ก็อาจเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น และดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งจะกดดันราคาทองคำ

ในบรรดากองทุน ETF ทองคำที่จดทะเบียนใน "จีน" กองทุนอื่นๆ ที่มีเงินไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญในเดือนม.ค. นี้ได้แก่ กองทุน ChinaAMC Gold ETF ที่มีเงินไหลเข้า 420 ล้านดอลลาร์ และกองทุน GF Shanghai Gold ETF ที่ดึงดูดเงินได้ 191.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองกองทุนกำลังมุ่งสู่สถิติสูงสุดใหม่ตามข้อมูลของบลูมเบิร์ก

ขณะเดียวกัน กองทุน ETF ที่เน้นลงทุนใน "โลหะเงิน" (silver) บางแห่งในเอเชียก็กำลังทุบสถิติใหม่เช่นกัน โดยกองทุน Samsung KODEX Silver Futures Special Asset ETF ในเกาหลีใต้ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 231.6 ล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์