วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ผู้ว่าธปท. เตรียมออกมาตรการสกัดเงินเทา เบิกเงินสดเกินกำหนดต้องรายงาน

ผู้ว่าธปท. เตรียมออกมาตรการสกัดเงินเทา เบิกเงินสดเกินกำหนดต้องรายงาน

ผู้ว่า ธปท. เปิดเผย “มาตรการสกัดเงินเทา” ให้แบงก์พาณิชย์รายงานวัตถุประสงค์การใช้เงินสำหรับผู้ที่เบิกเงินสดเกินกำหนด พร้อมกระชับแผนกำกับธุรกรรมทองคำ เตรียมออกประกาศ “ตั้งเพดานการเทรดทองคำผ่านแอปไม่เกิน50ล้าน” ลงในราชกิจจาฯ ศุกร์นี้ สร้างความโปร่งใส-ลดความผันผวนค่าเงินบาท

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน “Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยสำนักข่าวมติชนว่า ธปท. อยู่ในช่วงของการหารือ เพื่อออกมาตรการสกัดเส้นทางในธุรกรรมการเงินสีเทาและบัญชีม้า โดยขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์รายงานถึงจุดประสงค์ในการใช้เงินของลูกค้าที่ขอเบิกเงินสดเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ทั้งนี้ ปริมาณเงินสดที่ต้องรายงานยังอยู่ระหว่างการหารือ แต่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3-5 ล้านบาท ซึ่งในรายละเอียดจะพิจารณาแล้วเสร็จราวสิ้นเดือน ม.ค. นี้

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาธุรกิจสีเทาและการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสรา้งขนาดใหญ่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในส่วนของภาครัฐแต่ยังรวมถึงภาคเอกชน

ในการนี้ ธปท. จะเข้าไปตรวจสอบผ่านการสร้างความโปร่งใสในธุรกรรมประเภทต่าง ๆ ทั้งเงินสด และทองคำ โดยขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ให้รายงานธุรกรรมการเบิกเงินสดที่เข้าข่ายต้องสงสัย พร้อมทั้งตรวจสอบคัดกรองและทำรายงานข้อมูลของลูกค้า (CDD) เพื่อที่ว่าหากตรวจพบการเคลื่อนไหวของเงินที่ผิดปรกติก็จะสามารถสกัดได้อย่างทันท่วงที

“ทุกวันนี้การทำธุรกิจ หรือธุรกรรมที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น การซื้อที่ดิน ก็สามารถจ่ายด้วยการโอนหรือใช้เช็คได้ การเบิกเงินสดเกินกว่าสามล้านเพื่อมาจ่ายนั้นก็อาจเป็นสิ่งที่เราต้องสงสัยไว้ก่อน หรือถ้าหากโปรไฟล์ทางการเงินของลูกค้าบอกว่าลูกค้าเป็นแม่ค้าขายหมูปิ้ง การที่มีเงินเข้าออกบัญชีวันละหลายล้านก็ดูไม่สมเหตุสมผล” นายวิทัยกล่าว

นอกจากนี้ ในเรื่องของการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ ธปท.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินตราฉบับใหม่ที่กำหนดให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำที่มีการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ 5 ปีย้อนหลังมีมูลค่าเกินกว่า 10,000 ล้านบาทต้องรายงานต่อ ธปท. ซึ่งได้ลงในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว

ต่อจากนี้จะมีการออกประกาศอีก 2 ฉบับ ได้แก่ การกำหนดให้ร้านทองเก็บข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่เกินกว่า 20 ล้านบาท และ การกำหนดเพดานการซื้อขายทองคำให้ซื้อขายได้ไม่เกินกว่า50ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาภายในวันศุกร์นี้ โดยจะมีส่วนช่วยในการกำกับดูแลเรื่องเงินความโปร่งใสในการทำธุรกรรมได้

เรื่องการกำหนดเพดานการซื้อขายทองคำไม่เกิน 50 ล้านบาทนั้น บังคับใช้เฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันที่มีการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น​ ไม่รวมแอปที่ซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์ โดยจะมีระยะเวลาผ่อนปรนให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสามารถปรับระบบและตั้งเพดานการซื้อขาย เป็นระยะเวลา 1 เดือน และคาดว่าจะบังคับใช้จริงต้นเดือน มี.ค. เป็นต้นไป

อีกทั้งการควบคุมเพดานการซื้อขายครั้งนี้ จะนับเฉพาะรายการการซื้อขายใหม่เท่านั้น ส่วนของทองคำที่ได้ซื้อไปก่อนหน้านี้ผู้ซื้อยังทำการซื้อขายได้ตามปรกติ ซึ่งผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องดำเนินการแยกสัดส่วนของใหม่และของเก่าให้ชัดเจน

ในช่วงที่ผ่านมา การซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันในบางครั้งมีปริมาณมากกว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้น แต่ในขณะที่ตลาดหุ้นมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ธุรกรรมทองคำกลับไม่มีการตรวจสอบ

ดังนั้น การที่ภาครัฐและธปท.จะยื่นมือเข้าไปดูแลส่วนนี้ ก็จะช่วยให้ธุรกรรมทองคำมีความโปร่งใสมากขึ้น และเป็นการปิดช่องทางการทำธุรกรรมผิดกฎหมายผ่านการเปลี่ยนเงินเป็นทองคำ