วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘11 แบงก์’ ปี 68 กำไร 2.65 แสนล้าน ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุด 4.9 หมื่นล้าน

‘11 แบงก์’ ปี 68 กำไร 2.65 แสนล้าน ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุด 4.9 หมื่นล้าน

เปิดงบ “11 แบงก์” กำไรพุ่งแตะ 2.65 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 3.6% สวนทางเศรษฐกิจไทย “ชะลอตัว” ด้าน “กสิกรไทย” กวาดกำไรสูงสุดที่ 4.9 หมื่นล้าน

‘11 แบงก์’ ปี 68 กำไร 2.65 แสนล้าน ‘กสิกรไทย’ แชมป์สูงสุด 4.9 หมื่นล้าน สำหรับผลประกอบการของ “กลุ่มธนาคารพาณิชย์” (แบงก์) ในปี 2568 โดยรวมถือว่าอยู่ระดับที่ดี ทั้งกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCB) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กลุ่มการเงินทิสโก้ (TISCO) ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LHFG) และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ธนาคารไทย เครดิต (CREDIT) และธนาคารกรุงไทย (KTB) 

โดย “11 แบงก์” โดยรวมมี “กำไรสุทธิ” ปี 2568 อยู่ที่ 265,396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% โดยธนาคารที่กำไรสูงที่สุดคือ แบงก์กสิกรไทยสูงสุดในกลุ่มที่ 49,604 ล้านบาท รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย กำไร 48,229 ล้านบาท และกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ อยู่ที่ 47,488 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพ อยู่ที่ 46,007 ล้านบาท

แต่หากดูผลกำไรของธนาคารที่เติบโตมากที่สุดในปี 2568 คือ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ กำไรเพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า รองลงมาคือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร กำไรเพิ่มขึ้น 17.5% และเอสซีบี เอกซ์ 8% ธนาคารไทยเครดิต เพิ่มขึ้น 10.8%

ขณะที่ไตรมาส 4 กำไรสุทธิโดยรวมของกลุ่มแบงก์ปรับลดลง โดยอยู่ที่ 45,228 ล้านบาท ลดลง 7.39% จากปีก่อนหน้าธนาคารที่กำไรลดลงที่สุดคือ ซีไอเอ็มบีไทย ลดลง 55% รองลงมาคือ ธนาคารกรุงเทพ 25% และเอสซีบี เอกซ์ 13%

หากดูด้านการตั้งสำรองหนี้สูญ หรือการตั้งขาดทุนด้านเครดิต พบว่าปีนี้ธนาคารส่วนใหญ่ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยสำรองทั้งปีลดลงมาอยู่ที่ 2.2 แสนล้านบาท ลดลงกว่า 5%

โดยธนาคารที่สำรองลดลงมากที่สุดคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ สำรองลดลง 49% ถัดมา ไทยเครดิต 22% ทีทีบี 16.96% กสิกรไทยลดลง 14%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2568 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ

SCBX ได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายใน บริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสำคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย

โดย SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า

ดังนั้น เราจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ

นอกจากนี้ กำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ “ธนาคารไร้สาขา” (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมด้านข้อมูลเพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (Financial Inclusion)

ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งใน และนอกประเทศ กสิกรไทย และบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย 

ซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่

ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ในด้านกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 49,565 ล้านบาท
ด้านธนาคารกรุงเทพ รายงานกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน

โดยแบงก์กรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% 
เทียบกับปี 2567 เติบโตอย่างยั่งยืน และมีคุณภาพตามยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศ

สะท้อนประสิทธิภาพ และผลิตภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และ Business Mix อย่างรอบคอบ รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยง และผลตอบแทน ส่งผลให้สินเชื่อรวมยังคงขยายตัว 0.5% จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อภาครัฐ 

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และการชำระคืนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth ช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน

ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามภาวะดอกเบี้ย และการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยยึดหลักแก้หนี้อย่างยั่งยืน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์