‘ราคาเงิน’ พุ่งทำนิวไฮใหม่ที่ระดับ 94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย หลัง ‘ทรัมป์’ งัดภาษีบีบยุโรปปมซื้อกรีนแลนด์
บลูมเบิร์กรายงานว่า กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)พุ่งทะยานอย่างรุนแรงท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่ โดยราคาแร่เงินแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 94.7295 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 93.09 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำยังคงทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกต่างวิตกกังวลต่อการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐและพันธมิตรยุโรปในกรณี "เกาะกรีนแลนด์"
ความปั่นป่วนในตลาดเกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อบีบให้มีการขายกรีนแลนด์ โดยขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ที่คัดค้านแผนการนี้
สำหรับภาษีที่ระดับ 10% จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากเดนมาร์กและพันธมิตรไม่ยอมทำข้อตกลงขายเกาะในแถบอาร์กติกนี้ให้กับสหรัฐ
การตอบโต้จากยุโรป
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงท่าทีแข็งกร้าวโดยเตรียมเสนอให้สหภาพยุโรปใช้มาตรการ "ต่อต้านการบีบบังคับ" (Anti-Coercion Instrument) เพื่อโต้กลับสหรัฐ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมอร์ซ ของเยอรมนี พยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรงของสถานการณ์ลงเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าเต็มรูปแบบ
นอกจากประเด็นกรีนแลนด์แล้ว ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนจากกรณีความเป็นอิสระของธนาคารกลางหรือ เฟด โดยตลาดกำลังจับตาศาลฎีกาสหรัฐในวันพุธนี้ กรณีทรัมป์พยายามปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง
รวมทั้งกรณีที่สหรัฐ เข้าจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์ในสหรัฐและหันไปเก็บเงินในทองคำและเงินแทน
โอเล่ ฮันเซ่น นักกลยุทธ์จาก Saxo Bank ระบุว่า วิกฤตกรีนแลนด์เป็นเพียง "เชื้อเพลิงใหม่" ที่เข้ามาเติมไฟให้ราคาโลหะมีค่าที่พุ่งสูงอยู่ก่อนแล้วจากปัญหาเศรษฐกิจมหภาคและความไม่แน่นอนของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ





