ธปท. เปิดรับฟังความคิดเห็น เตรียมกำหนดเพดานการซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์วันละ 20–100 ล้านบาทต่อรายต่อแพลตฟอร์ม เพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน
ในประเด็นการซื้อขายทองคำ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Consultation) ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวงว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ พ.ศ. 2565 เพื่อประกอบการพิจารณาออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
โดยการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป โดยสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของธปท. และระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 13–20 มกราคม 2569
สำหรับเหตุผลและความจำเป็นในการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจาก ปัจจุบันธุรกรรมการซื้อขายทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำที่มีปริมาณธุรกรรมสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมจะช่วยสนับสนุนการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ
โดยตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอนุญาตให้มีการซื้อขายทองคำในประเทศได้
ทั้งการซื้อขายทองคำล่วงหน้า การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการซื้อขายทองคำในต่างประเทศ โดยกรณีการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตจากธปท.
อย่างไรก็ดี เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวมีปริมาณสูงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ธปท. จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อประโยชน์ในการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท
ในส่วนของแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ธปท. เสนอให้กำหนดวงเงินการซื้อขายทองคำที่เป็นเงินบาทผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจำกัดวงเงินไม่เกินวันละ 20–100 ล้านบาทต่อรายต่อแพลตฟอร์ม ยกเว้นบางกรณี ได้แก่ แพลตฟอร์มที่มีลักษณะออมทอง ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทองคำหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทองคำ และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากธปท. เป็นกรณีพิเศษ
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อขายทองคำในแพลตฟอร์มที่มีการจำกัดวงเงินดังกล่าว จะสามารถซื้อขายทองคำได้ตามวงเงินที่กำหนด ขณะที่กรณีแพลตฟอร์มที่ไม่ได้จำกัดวงเงิน จะสามารถซื้อขายทองคำได้ตามจำนวนที่มีอยู่ โดยไม่ถูกจำกัดวงเงินต่อวัน
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำที่เป็นเงินบาทและสกุลเงินตราต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับลูกค้าที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจทองคำหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง
โดยกำหนดให้การรับจ่ายเงินค่าทองคำต้องผ่านบัญชีเงินฝากของลูกค้าที่แจ้งไว้กับผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น ไม่สามารถใช้บัญชีบุคคลอื่นหรือเงินสดได้ และการซื้อขายต้องชำระเงินเต็มจำนวนทันที ไม่สามารถตกลงซื้อขายล่วงหน้าเพื่อชำระเงินภายหลังได้
ทั้งนี้ลูกค้าต้องรับมอบทองคำด้วยตนเอง ไม่สามารถโอนทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้แก่ผู้อื่น และในกรณีที่ต้องการรับมอบทองคำที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1–5 กิโลกรัมต่อครั้ง จะได้รับมอบทองคำภายหลังการสั่งซื้อทองคำตั้งแต่ 2 วันทำการขึ้นไป (T+2 ขึ้นไป) อีกทั้งการขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีการถือครองทองคำในแพลตฟอร์มก่อน จึงจะสามารถขายได้ โดยไม่อนุญาตให้ทำธุรกรรมแบบ short sell
ธปท. ประเมินว่า การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวอาจทำให้การซื้อขายหรือการลงทุนทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มีข้อจำกัดมากขึ้นในบางกรณี โดยเฉพาะการซื้อขายในปริมาณสูง
อย่างไรก็ตาม จะช่วยลดผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจะนำไปสู่เสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินโดยรวม
ในด้านกลไกการกำกับดูแล เอกสารระบุว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่มีการกำหนดระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการ หรือบทกำหนดโทษทางอาญาเพิ่มเติม แต่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจในการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำที่มีวงเงินสูง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับความจำเป็นของภาคธุรกิจและประชาชน ควบคู่ไปกับการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ ธปท. เปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมภายในช่วงเวลาที่กำหนด และจะนำความคิดเห็นที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป





