background-default

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม 2569

Login
Login

มือใหม่ต้องรู้! ขั้นตอนคิดเงินได้สุทธิก่อนยื่นภาษีปี 2568

มือใหม่ต้องรู้! ขั้นตอนคิดเงินได้สุทธิก่อนยื่นภาษีปี 2568

ยื่นภาษี 2568 เปืดทุกรายละเอียด ต้องคำนวณ "เงินได้สุทธิ" อย่างไร ก่อนจะยื่นแบบ ภ.ง.ด.ประจำปี 2568 บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน

สำหรับคนที่เริ่มยื่นภาษีเป็นปีแรก หรือผู้ที่ยังไม่มั่นใจว่าต้องคำนวณ “เงินได้สุทธิ” อย่างไร ก่อนจะยื่นแบบ ภ.ง.ด.ประจำปี 2568 บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เพื่อให้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงเรื่องเสียภาษีเกินจริงหรือขาดไปอย่างมั่นใจ

ทำไมต้องคำนวณเงินได้สุทธิ?

หลายคนมักสงสัยว่า “รายได้รวม” ทำไมไม่ใช่จำนวนเงินที่ใช้ในการคิดภาษีทันที คำตอบคือ คนไทยมีสิทธิ์ใช้ทั้ง ค่าลดหย่อน และ ค่าใช้จ่าย มาหักออกจากรายได้ ทำให้ภาระภาษีลดลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นการรู้วิธีคำนวณเงินได้สุทธิก่อนยื่นภาษีจึงสำคัญมาก เพราะหากกรอกผิดหรือข้ามบางส่วน อาจทำให้

  • เสียภาษีมากเกินจริง
  • ถูกสรรพากรเรียกตรวจเพิ่ม0
  • หรือไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนที่ควรได้

ต่อไปนี้คือขั้นตอนการคำนวณที่ “มือใหม่” ทุกคนทำตามได้ง่ายๆ

ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมรายได้ทั้งปี

อันดับแรกคือการดึง “รายได้พึงประเมินทั้งหมด” มาใช้เป็นฐานรายได้ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งหรือหลายประเภท เช่น

  • เงินเดือน / ค่าจ้าง (มาตรา 40(1))
  • ค่าจ้างอิสระ เช่น ฟรีแลนซ์ (40(2))
  • รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ (40(8))
  • ค่าบริการ ค่าคอมมิชชั่น ค่าเช่า ฯลฯ

สำหรับมนุษย์เงินเดือน เอกสารสำคัญคือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้าง หากมีหลายงาน ต้องรวบรวมให้ครบทั้งปี

ขั้นตอนที่ 2 : หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้

เงินได้แต่ละประเภทจะมี “ค่าใช้จ่าย” ที่หักได้ไม่เท่ากัน เช่น

  • เงินเดือน หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่สูงสุด 100,000 บาท
  • ฟรีแลนซ์/รับจ้างทั่วไป หักเหมาตามประเภทงาน (30–60%)
  • รายได้ขายของออนไลน์ ใช้ค่าใช้จ่ายแบบ “เหมา 60%” หรือแบบ “จริง” ก็ได้
  • ค่าเช่า เลือกได้ทั้ง “เหมา” และ “ตามจริง” เช่นกัน

ซึ่งการเลือกให้เหมาะสมจะช่วยให้จำนวนเงินได้สุทธิลดลง และภาษีก็ลดลงอีกด้วย

ขั้นตอนที่ 3 : หักค่าลดหย่อนส่วนบุคคล

ปีภาษี 2568 ผู้มีเงินได้มีสิทธิลดหย่อนหลายรายการ เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท/คน
  • ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • RMF/LTF (เฉพาะสิทธิที่รัฐบาลกำหนด)
  • ดอกเบี้ยกู้บ้าน สูงสุด 100,000 บาท

แต่ต้องใช้ตามหลักเกณฑ์จริงเท่านั้น ห้ามเดา หรือใช้สิทธิเกินยอดเอกสาร

ขั้นตอนที่ 4 : คำนวณ “เงินได้สุทธิ”

สูตรง่ายๆ คือ

เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งหมด − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน

ตัวอย่าง:

เงินเดือนรวมทั้งปี 600,000 บาท
ค่าใช้จ่ายเหมา 50% (สูงสุดไม่เกิน 100,000) → ใช้ 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

เงินได้สุทธิคือ
600,000 − 100,000 − 60,000 = 440,000 บาท

นี่คือจำนวนที่จะนำไปคำนวณภาษีตามขั้นบันไดอัตราภาษีบุคคลธรรมดา

ขั้นตอนที่ 5 : คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า

อัตราภาษีบุคคลธรรมดาปี 2568 (ช่วงยอดสุทธิ) เช่น

  • 0 - 150,000 บาท → ได้รับยกเว้น
  • 150,001 - 300,000 บาท → 5%
  • 300,001 - 500,000 บาท → 10%
  • 500,001 - 750,000 บาท → 15%
  • 750,001 - 1,000,000 บาท → 20% (และสูงขึ้นตามขั้น)

จากตัวอย่าง เงินได้สุทธิ 440,000 บาท จะเสียภาษีเฉลี่ยประมาณ 19,000 บาท (หลังคำนวณตามขั้นจริง)

ขั้นตอนที่ 6 : หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้

ถ้ามีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตลอดทั้งปี เช่น มนุษย์เงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ เมื่อคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริงเสร็จแล้ว ให้นำยอดภาษี “ที่ถูกหักไปแล้ว” มาหักออก ผลลัพธ์จะเป็นหนึ่งในนี้:

  • ได้ภาษีคืน → ถ้าถูกหักไว้มากกว่า
  • ต้องจ่ายเพิ่ม → ถ้าคำนวณแล้วเก็บภาษีน้อยเกิน
  • ยอดเท่ากันพอดี → ไม่ต้องจ่ายเพิ่มและไม่ได้เงินคืน

ขั้นตอนที่ 7 : ยื่นภาษีออนไลน์

เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิและจำนวนภาษีที่ต้องชำระแล้ว ให้ยื่นผ่านเว็บไซต์หรือแอป กรมสรรพากร ซึ่งปีนี้รองรับทั้งการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ 91 ตามประเภทผู้มีเงินได้

สรุป การคำนวณเงินได้สุทธิก่อนยื่นภาษีไม่ใช่เรื่องยาก หากทำตาม 7 ขั้นตอนนี้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รวบรวมรายได้ หักค่าใช้จ่าย ใช้สิทธิลดหย่อนให้ครบ และคำนวณตามอัตราก้าวหน้า ก็จะได้ยอดเงินภาษีอย่างถูกต้อง ไม่เสี่ยงผิดพลาด และไม่เสียภาษีเกินจำเป็น

ปี 2568 ถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนทำงานทุกคนในการจัดการภาษีอย่างมืออาชีพ เพราะยิ่งรู้วิธีคำนวณเงินได้สุทธิเร็วเท่าไร ก็ยิ่งวางแผนลดหย่อนล่วงหน้าได้ดีขึ้นเท่านั้น หากทำเป็นประจำทุกปี จะมองภาพภาษีได้อย่างชัดเจนและวางแผนการเงินไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอน

 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting