ยอดใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ พุ่งทุบสถิติ USDC ครองส่วนแบ่งสูงสุด

ยอดใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ พุ่งทุบสถิติ USDC ครองส่วนแบ่งสูงสุด

‘สเตเบิลคอยน์’ กำลังกลายเป็น ‘ดอลลาร์ดิจิทัลของคนทั้งโลก’ เมื่อธุรกรรมพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท้าทายโครงสร้างการเงินโลกแบบเดิม

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธุรกรรมของ “สเตเบิลคอยน์” พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายที่เอื้อต่อคริปโตในสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนคริปโตอย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก Artemis Analytics ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมรวมของสเตเบิลคอยน์ในปี 2025 พุ่งขึ้นถึง 72% จนแตะระดับ 33 ล้านล้านดอลลาร์ โดย “USDC” ซึ่งเป็นดอลลาร์ดิจิทัลที่พัฒนาโดย Circle Internet Group “ครองส่วนแบ่งสูงสุด” ด้วยมูลค่าธุรกรรม 18.3 ล้านล้านดอลลาร์ 

ขณะที่ USDT ของ Tether Holdings SA มีมูลค่าธุรกรรม 13.3 ล้านล้านดอลลาร์

“แม้มูลค่าการไหลเวียนรวมของสเตเบิลคอยน์จะเพิ่มขึ้นในปี 2025 แต่สัดส่วนธุรกรรมบนแพลตฟอร์มคริปโตแบบกระจายศูนย์ ‘กลับลดลง’ สะท้อนถึงการใช้งานในกระแสหลักที่กว้างขึ้น และเป็นสัญญาณของการยอมรับดอลลาร์ดิจิทัลในวงกว้าง โดยเฉพาะในบริบทของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ไม่มั่นคงมากขึ้น” แอนโธนี ยิม ผู้ร่วมก่อตั้ง Artemis กล่าว

ยิมเสริมว่า ประชาชนในประเทศที่เผชิญปัญหาเงินเฟ้อและความไม่เสถียร มักต้องการถือครองเงินดอลลาร์ และ “สเตเบิลคอยน์” ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเข้าถึงเงินดอลลาร์ในรูปแบบดิจิทัล

USDT ของ Tether ถือเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณหมุนเวียนราว 187,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko ซึ่งสูงกว่า USDC ของ Circle อย่างมาก โดย USDC มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์

ส่วน USDC เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนแพลตฟอร์มการเงินกระจายศูนย์ หรือ “DeFi” โดยเทรดเดอร์ในระบบ DeFi มักเข้าออกสถานะการลงทุนบ่อยครั้ง ทำให้เงิน USDC ดอลลาร์เดียวถูกนำมาใช้งานซ้ำหลายรอบ

ขณะที่ Tether กลับถูกใช้บ่อยกว่าในชีวิตประจำวัน สำหรับการชำระเงิน การทำธุรกรรมทางธุรกิจ หรือเพียงเพื่อเก็บรักษามูลค่า ส่งผลให้ผู้ใช้งานมักเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่านำไปหมุนเวียน

แม้ว่าสหรัฐและหลายประเทศจะหันมายอมรับสเตเบิลคอยน์มากขึ้น แต่ก็ยังมีบางฝ่ายที่แสดงความกังวล กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุเมื่อเดือนตุลาคมว่า ตลาดสเตเบิลคอยน์อาจคุกคามระบบสินเชื่อแบบดั้งเดิม บั่นทอนประสิทธิภาพนโยบายการเงิน และอาจกระตุ้นให้เกิดการแห่ถอนเงินจากสินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าปลอดภัยมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ Bloomberg Intelligence ประเมินว่า มูลค่าการไหลเวียนของการชำระเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ทั้งหมด อาจแตะระดับ 56 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

อ้างอิง: bloomberg