ราคาทองคำโลกพุ่งทะยานแตะ 4,411 ดอลลาร์ รับความเสี่ยงเวเนซุเอลา

ทองคำโลกกลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลกหลังสหรัฐบุกโจมตีเวเนซุเอลา ราคาทองสปอตวันนี้พุ่งเกือบ 2% ไปแตะ 4,411.14 ดอลลาร์
วันนี้ (5 ม.ค. 69) ราคาทองคำโลก ปรับตัวพุ่งขึ้น เช่นเดียวกับโลหะมีค่าอื่นๆ หลังจากสหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองโลกเพิ่มขึ้น และกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาอีกครั้งหลังจากที่อ่อนแรงลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot gold) ปรับตัวขึ้น 1.9% ไปอยู่ที่ 4,411.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 10.12 น. วันนี้ตามเวลาในไทย ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบสัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ งวดส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.1% ไปอยู่ที่ 4,419.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
"เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาได้จุดประกายความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง โดย 'ทองคำและเงิน' เป็นหนึ่งในโลหะมีค่าที่ได้รับประโยชน์ เนื่องจากนักลงทุนมองหาการป้องกันความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์การเมือง" ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวกับรอยเตอร์ส
ทั้งนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมกับปัจจัยการลดอัตราดอกเบี้ย การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างแข็งแกร่ง และเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 64% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 หรือสูงสุดในรอบ 46 ปี โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,549.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2025
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แอนนา พอลสัน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมของเฟดอาจจะยังอีกนาน หลังจากที่ได้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินไปมากในปีที่แล้ว โดยนับเป็นความเห็นล่าสุดจากทางฝั่งของเฟด ในขณะที่นักลงทุนยังคงคาดหวังว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้
ด้านวอเตอร์เรอร์เสริมว่า นักลงทุนกำลังจับตาดูข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. นี้ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้นอกจากทองคำแล้ว ราคา "แร่เงิน" ในตลาดสปอต (Spot silver) ก็เพิ่มขึ้น 4.4% สู่ระดับ 75.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 83.62 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. เงินปิดสิ้นปีด้วยการพุ่งขึ้น 147% แซงหน้าทองคำไปมาก และเป็นปีที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ราคาเงินพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เนื่องจากการถูกกำหนดให้เป็นแร่ธาตุสำคัญของสหรัฐในปีที่ผ่านมา รวมถึงข้อจำกัดด้านอุปทานท่ามกลางความต้องการทางอุตสาหกรรมและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
ด้านโลหะมีค่าอื่นๆ ก็มีราคาปรับขึ้นเช่นกัน โดยราคา "แพลทินัม" ตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 2.2% สู่ระดับ 2,190.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,478.50 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในช่วงต้นชั่วโมงของตลาดเอเชียสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ส่วนแพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 1,667.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์







