'ทองคำ' ทำผลงานดีสุดในรอบ 46 ปี ราคาพุ่ง 63% 'แร่เงิน' ติดจรวดปีนี้บวก 140%

'ทองคำ' ทำผลงานดีสุดในรอบ 46 ปี ราคาพุ่ง 63% 'แร่เงิน' ติดจรวดปีนี้บวก 140%

'ทองคำโลก' ปิดการซื้อขายวันสุดท้ายของปีในแดนลบ นักลงทุนขายทำกำไร แต่ทั้งปี 2025 โตแกร่งบวกไป 65% ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง กลายเป็นปีที่ดีที่สุดของทองคำในรอบ 46 ปี ขณะที่ 'แร่เงิน' พุ่งแซงหน้าทั้งปีบวกไป 140%

บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคา "ทองคำ" และ "เงิน" ปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2025 แต่ตลอดทั้งปีนี้โลหะมีค่าทั้งสองตัวทำผลตอบแทนรายปีสูงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ปิดฉาก "ปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970" 

ราคาทองคำในตลาดสปอต (Spot gold) เคลื่อนไหวบริเวณราว 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนก.พ. ปรับตัวลดลง 45.20 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 4,341.10 ดอลลาร์/ออนซ์

ขณะที่ราคาเงินอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 83.62 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธ.ค.

โลหะมีค่าทั้งสองเผชิญความผันผวนรุนแรงในช่วงการซื้อขายหลังวันหยุดที่มีสภาพคล่องเบาบาง ราคาดิ่งลงในวันจันทร์ ฟื้นตัวในวันอังคาร ก่อนจะปรับลงอีกครั้งในวันพุธ ความผันผวนที่รุนแรงดังกล่าวทำให้ CME Group ผู้ดำเนินการตลาดซื้อขายล่วงหน้า ปรับขึ้นข้อกำหนดเงินประกัน (margin requirements) ถึงสองครั้ง

ทองคำและเงินต่างมุ่งสู่การทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 (พ.ศ. 2522) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นอกจากนี้ การลงทุนบนพื้นฐานที่คาดการณ์ว่าสกุลเงินหลักจะเสื่อมค่าลง หรือ “debasement trade” จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว ยังเร่งการปรับราคาขึ้นของกลุ่มโลหะมีค่าอย่างมากในปีนี้

2025 ปีทองของทองคำ

สำหรับ "ทองคำ" ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ปัจจัยดังกล่าวได้กระตุ้นให้นักลงทุนหลั่งไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ ขณะที่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำสำรองต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

'ทองคำ' ทำผลงานดีสุดในรอบ 46 ปี ราคาพุ่ง 63% 'แร่เงิน' ติดจรวดปีนี้บวก 140%

ตลอดทั้งปี 2025 ราคาทองคำปรับขึ้นแล้วราว 63% และในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ทำลายสถิติสูงสุดที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อ 45 ปีก่อน โดยในครั้งนั้นเป็นช่วงที่แรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังเกิดขึ้น ผลักดันราคาทองคำไปอยู่ที่ 850 ดอลลาร์ ส่วนในครั้งนี้ ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทะลุ 4,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนต.ค.

“ตลอดเส้นทางอาชีพของผม นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” จอห์น รีด นักกลยุทธ์ประจำสภาทองคำโลก (WGC) กล่าวและเสริมว่า “มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งในแง่จำนวนครั้งของการทำสถิติสูงสุดใหม่ และในแง่ที่ราคาทองคำปรับตัวเหนือความคาดหมายของผู้คนได้มากขนาดนี้”

"เงิน" แซงทุกสินทรัพย์บวก 140%

ด้านราคาเงิน (Silver) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 140% ในปีนี้ (ณ วันที่ 31 ธ.ค.) จากแรงซื้อเชิงเก็งกำไร ควบคู่กับความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม โลหะมีค่านี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ และรถยนต์ไฟฟ้า โดยในเดือนต.ค. ราคาเงินพุ่งทำสถิติสูงสุด จากความกังวลด้านภาษีที่ผลักดันให้มีการนำเข้าโลหะเข้าสหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดลอนดอนตึงตัว และเกิดภาวะอุปทานตึงตัวครั้งประวัติศาสตร์

'ทองคำ' ทำผลงานดีสุดในรอบ 46 ปี ราคาพุ่ง 63% 'แร่เงิน' ติดจรวดปีนี้บวก 140%

สถิติสูงสุดใหม่ดังกล่าวถูกทำลายอีกครั้งในเดือนถัดมา หลังการลดดอกเบี้ยของสหรัฐและกระแสเก็งกำไรผลักดันราคาให้สูงขึ้น ก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดครั้งใหม่เป็นประวัติการณ์เหนือระดับ 80 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยอยู่ที่ 83.62 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธ.ค. ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงแรงซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในจีน

อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวดังกล่าวพลิกกลับอย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน โดยตลาดปิดร่วงลง 9% ในวันจันทร์ ก่อนจะผันผวนต่อเนื่องในอีกสองวันถัดมา เพื่อตอบสนองต่อความผันผวนที่รุนแรง CME Group จึงปรับขึ้นเงินประกันสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะมีค่าอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนต้องวางเงินสดมากขึ้นเพื่อคงสถานะการลงทุนไว้ ซึ่งอาจบังคับให้นักเก็งกำไรบางส่วนลดขนาดการลงทุนหรือถอนตัวออกจากตลาด และกดดันราคาเพิ่มเติม

รอสส์ นอร์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Metals Daily เว็บไซต์ด้านราคาและการวิเคราะห์โลหะ กล่าวว่า “ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในวันนี้คือการที่ CME ปรับขึ้นเงินประกันเป็นครั้งที่สองภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน” โดยระบุว่าข้อกำหนดเงินประกันที่สูงขึ้นกำลัง “ช่วยลดความร้อนแรงของตลาด”

ขณะที่ชารู ชานานา หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Saxo Markets ในสิงคโปร์ กล่าวว่า “ความประหลาดใจของปีนี้ คือการที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างโลหะมีค่า กลายเป็นสินทรัพย์ตามกระแส (momentum trade) โดยเฉพาะราคาเงิน”

ณ เวลา 03.20 น. ราคาเงินปรับลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 70.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำลดลง 0.5% สู่ระดับ 4,317.41 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index แทบไม่เปลี่ยนแปลง