ค่าเงินหยวนจีนในประเทศ แข็งค่าทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ตามรอยตลาดออฟชอร์สัปดาห์ที่แล้ว ส่งสัญญาณรัฐบาลปักกิ่งยังโอเคปล่อยให้หยวนทยอยแข็งค่า
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ (30 ธ.ค.) ว่า ค่าเงินหยวนแข็งค่าทะลุระดับสำคัญ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในตลาดออนชอร์ (onshore) หรือตลาดในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของปักกิ่งอย่างเข้มงวด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนว่าจีนยังสามารถทยอยปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมได้
ค่าเงินหยวนปรับแข็งค่าสูงสุดราว 0.2% มาอยู่ที่ 6.9920 หยวนต่อดอลลาร์ ในการซื้อขายภายในประเทศเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางการอ่อนค่าลงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ และแรงขายเงินตราต่างประเทศช่วงปลายปีจากบริษัทและผู้ส่งออกจีน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากค่าเงินหยวนในตลาดออฟชอร์ (offshore) หรือตลาดต่างประเทศทะลุระดับ 7 ต่อดอลลาร์ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน
นักค้ารายหนึ่งเปิดเผยว่า หลังค่าเงินหยวนในตลาดออนชอร์แข็งค่าทะลุระดับ 7 ต่อดอลลาร์ ธนาคารรายใหญ่ของจีนได้เพิ่มการเข้าซื้อเงินดอลลาร์ แต่แรงขายเงินดอลลาร์มีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการชำระบัญชีของภาคธุรกิจช่วงสิ้นปี
“ค่าเงินหยวนอาจยังมีโอกาสแข็งค่าต่อไป โดยได้รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นด้านเทคโนโลยี” วี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดจาก BNY กล่าว “เราเชื่อมั่นว่าเงินหยวนจะปรับแข็งค่าเข้าสู่ปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ”
ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนกำลังมุ่งหน้าสู่ผลงานรายปีที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี หลังความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อสินทรัพย์และเศรษฐกิจจีนมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลเรื่องความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ
รัฐบาลปักกิ่งทยอยปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นผ่านการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงรายวัน เพื่อเอาใจประเทศคู่ค้า แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามออกแบบให้การแข็งค่าเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงการไหลทะลักเข้ามาของเงินทุนในปริมาณมาก ค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นยังช่วยทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และยังสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของทางการในการผลักดันการใช้เงินหยวนในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม สัญญาณหนึ่งที่สะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังเผชิญภาวะสมดุลที่เปราะบาง คือรายงานของธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนธ.ค. ซึ่งระบุว่าจะคงความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยนไว้ พร้อมทั้งชี้นำความคาดหวังของตลาดและป้องกันความเสี่ยงจาก “การแข็งค่าเกินไป” โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางได้ตั้งอัตรากลางรายวันที่อ่อนกว่าที่ตลาดคาดไว้ เพื่อชะลอการแข็งค่าของหยวน
“หากเราเห็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงหลุดต่ำกว่า 7 หยวน ก็จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางจีนเข้าดำเนินการ แต่หากเป็นการอ่อนค่าลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก็อาจไม่จำเป็น” หมิงเจ๋อ อู่ เทรดเดอร์จาก StoneX ในสิงคโปร์กล่าว “มีเหตุผลที่ดีว่าทำไมธนาคารกลางจีนจะพอใจกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตราบใดที่การเคลื่อนไหวไม่รุนแรงจนเกินไป”





