วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ดอลลาร์ 2025' จ่อผลงานแย่สุดในรอบ 22 ปี วันนี้ร่วงหนักสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง

'ดอลลาร์ 2025' จ่อผลงานแย่สุดในรอบ 22 ปี วันนี้ร่วงหนักสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง

'ค่าเงินดอลลาร์' จ่อปิดสิ้นปีนี้ด้วยผลประกอบการแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 วันนี้ร่วงต่อแตะระดับสองเดือนครึ่ง แม้จีดีพีสหรัฐไตรมาส 3 ดีเกินคาด ตลาดคาดสหรัฐลุยลดดอกเบี้ยต่อสวนทางโลกทยอยปรับขึ้น คาดปีหน้าส่วนต่างดอกเบี้ยยิ่งห่าง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า "ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ" กำลังมุ่งหน้าสู่การทำผลงานรายปีที่ "แย่ที่สุดในรอบ 22 ปี" หลังนักลงทุนเดิมพันว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ และโลกจะยิ่งห่างขึ้นในปีหน้า โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีหน้า สวนทางธนาคารกลางบางแห่งทั่วโลกที่มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าในการซื้อขายวันนี้ (24 ธ.ค.68) ที่ตลาดเอเชีย โดยตัวเลขจีดีพีสหรัฐไตรมาส 3 ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ยังไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยขาลงได้ นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกราว 2 ครั้งในปี 2026 

ทิศทางดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์วันนี้ (24 ธ.ค.68) อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง อยู่ที่ 97.767 เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน และกำลังมุ่งหน้าสู่การปิดสิ้นปี 2025 ด้วยการอ่อนค่าลงถึงราว 9.9% ตลอดทั้งปีนี้ ซึ่งจะถือเป็นการปรับลดลงรายปีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา

"เราคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) จะประนีประนอมกันในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีหน้าลงอีก 25 จุดพื้นฐาน เหลือ 3.00-3.25% แต่เรามองว่าความเสี่ยงมีแนวโน้มลดลง" เดวิด เมอริเคิล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของโกลด์แมน แซคส์ กล่าว  โดยให้เหตุผลจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง

ตลอดทั้งปี 2025 นี้ ค่าเงินดอลลาร์เผชิญความผันผวนอย่างหนักจากนโยบายภาษีที่ไร้ทิศทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจุดชนวนให้เกิด "วิกฤติความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐ" ในช่วงต้นปี ขณะเดียวกัน อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของทรัมป์ต่อเฟดก็ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดด้วยเช่นกัน

ด้านทีมนักวิเคราะห์ของ HSBC ระบุในรายงานแนวโน้มค่าเงินว่า "ค่าพรีเมียมความเสี่ยงของดอลลาร์สหรัฐขยายตัวขึ้นในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าความอ่อนแอของดอลลาร์สหรัฐ อาจสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด ไม่ใช่แค่เพียงมุมมองนโยบายการเงิน"

ขณะเดียวกัน การที่ธนาคารกลางของประเทศกลุ่ม G10 ส่วนใหญ่ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ การดำเนินการด้านสภาพคล่องของเฟด และท่าทีที่โน้มเอียงไปทางฝั่งผ่อนคลายเล็กน้อย จึงทำให้แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์มีน้ำหนักไปยังทิศทางขาลง

'ยูโร' สวนทาง จ่อแข็งค่าสุดในรอบ 22 ปี

ในทางตรงกันข้าม "ค่าเงินยูโร" ซึ่งแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามเดือนที่ 1.1806 ยูโรต่อดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นแล้วมากกว่า 14% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และกำลังมุ่งหน้าสู่ปีที่เงินยูโรทำผลงานรายปีที่ดีที่สุดในรอบ 22 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา

ก่อนหน้านี้ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "ธนาคารกลางยุโรป" (อีซีบี) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อบางส่วน ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจ "ปิดประตู" ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในระยะสั้น

ดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งรอบ 14 เดือน 

ในวันเดียวกัน ค่าเงิน "ดอลลาร์ออสเตรเลีย" แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี หลังจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปีหน้า

เงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.2% สู่ระดับ 67.13 เซนต์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2024 ส่งผลให้ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแล้ว 1.5% ในไตรมาสนี้ และเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของตลาดพัฒนาแล้วที่ทำผลงานได้ดีที่สุด

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่านโยบายการเงินจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และข้อมูลค่าจ้างที่แข็งแกร่งก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ จึงคาดการณ์ว่า RBA อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.2026 หลังจากที่ส่งสัญญาณในการประชุมเดือนธ.ค.ว่า วงจรการผ่อนคลายทางการเงินสิ้นสุดลงแล้ว
 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์