วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทย (11 ก.ย.) ปิดบวก 9.98 จุด ความคืบหน้า 'ครม.' หนุน

หุ้นไทย (11 ก.ย.) ปิดบวก 9.98 จุด ความคืบหน้า 'ครม.' หนุน

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (11 ก.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,288.03 จุด เพิ่มขึ้น 9.98 จุด หรือ 0.78% "นักวิเคราะห์" ชี้ เพราะการเมืองมีความชัดเจนและนักลงทุนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (11 ก.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,288.03 จุด เพิ่มขึ้น 9.98 จุด หรือ 0.78% "นักวิเคราะห์" ชี้ เพราะการเมืองมีความชัดเจนและนักลงทุนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวในแนวโน้มผันผวนตลอดวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,291.64 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,279.48 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 46,736.68 ล้านบาท

หุ้นไทย (11 ก.ย.) ปิดบวก 9.98 จุด ความคืบหน้า 'ครม.' หนุน

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 33.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 3.10% มูลค่าซื้อขาย 4,244.85 ล้านบาท

2. DELTA ราคาปิด 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท หรือ 4.39% มูลค่าซื้อขาย 3,083.94 ล้านบาท

3. THAI ราคาปิด 14.50 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.03% มูลค่าซื้อขาย 1,587.82 ล้านบาท

4. CPALL ราคาปิด 47.75 บาท คงที่ 0.00 บาท หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,569.17 ล้านบาท

5. KBANK ราคาปิด 167.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.59% มูลค่าซื้อขาย 1,524.51 ล้านบาท

SET บวกทั้งวัน รับแรงหนุนจากปัจจัยในประเทศที่ ‘เข้าที่เข้าทาง’

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในทิศทางบวกตลอดทั้งวัน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความคืบหน้าทางการเมืองในประเทศที่เริ่มชัดเจนขึ้น ขณะที่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเข้าสู่ช่วงการฟอร์มทีมและเตรียมเปิดเผยโผคณะรัฐมนตรี (ครม) ซึ่งตลาดประเมินว่าน่าจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

นอกจากนี้ สัญญาณมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเร่งออกมาในช่วงเวลาที่เหลือเพียง 4 เดือนของปี ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มการซื้อขายวันพรุ่งนี้ (12 ก.ย.) นายวิจิตร มองว่า ดัชนียังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยกำหนดแนวต้านสำคัญไว้ที่ระดับ 1,430 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ระดับ 1,275-1,403 จุด

“ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเมืองที่เข้าที่เข้าทางยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดต่อไป แม้จะต้องติดตามข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาไม่ค่อยดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา”

ด้านคำแนะนำการลงทุน นายวิจิตรแนะนำให้นักลงทุนโฟกัสที่กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ที่น่าสนใจ สำหรับกลุ่มค้าปลีกแนะนำให้ดู CPAXT ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นการบริโภค ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มอย่าง ICHI ก็มีโอกาสได้รับแรงหนุนเช่นกัน นอกจากนี้ กลุ่มโรงพยาบาลโดยเฉพาะ BDMS ก็น่าจับตามองจากผลงานไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะน่าสนใจ โดยรวมแล้วยังคงมองบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น รองรับจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศที่เอื้อต่อการเติบโต