วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

'ดร.รุ่ง' เปิดใจสื่อนอก ย้ำต้องร่วมมือกับรัฐบาล จะดูแลดอกเบี้ย 'เชิงรุก' มากขึ้น

'ดร.รุ่ง' เปิดใจสื่อนอก ย้ำต้องร่วมมือกับรัฐบาล จะดูแลดอกเบี้ย 'เชิงรุก' มากขึ้น

'ดร.รุ่ง' ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ย้ำต้องร่วมมือกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมทำงาน 'เชิงรุก' มากขึ้นอีกเล็กน้อยเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ย

นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กล่าสุดว่า ตนจะ “ทำงานเชิงรุกมากขึ้นเล็กน้อย” ในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานกันใกล้ชิดมากขึ้น ระหว่างฝ่ายนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง

“เนื่องจากเรามีทรัพยากรจำกัดมาก กระสุนทุกนัดที่ใช้จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รองผู้ว่าฯ ธปท. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ค.68  “สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราร่วมมือกัน และนโยบายของเราถูกกำหนดให้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างสอดประสาน และมีการประสานงานกันที่ดีกว่าเดิม”

การให้สัมภาษณ์ของ ดร.รุ่ง ในครั้งนี้ มีขึ้นในวันเดียวกันกับที่มีรายงานข่าวคาดว่าคณะรัฐมนตรีจะให้การรับรองนาย "วิทัย รัตนากร" นักการธนาคารมากประสบการณ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ "แต่แล้วการตัดสินใจสุดท้ายเมื่อวานนี้ ได้ถูกเลื่อนออกไปอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์" ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่า นางรุ่ง อาจยังมีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของแบงก์ชาติอยู่

ดร.รุ่ง เป็นนักการธนาคารกลางมืออาชีพวัย 56 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.ฮาร์วาร์ด สหรัฐ และถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางว่า เป็นตัวแทนความต่อเนื่องทางนโยบายของนาย "เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" ผู้ว่าฯ ธปท. คนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระ ซึ่งต่อต้านแรงกดดันจากรัฐบาลในเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย สวนทางกับนายวิทัย ที่ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยลง
 

บลูมเบิร์ก ระบุว่า ความล่าช้าอย่างกะทันหันในการแต่งตั้งผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่ยิ่งเพิ่ม "ความไม่แน่นอน" มากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บุตรสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยทักษิณซึ่งครอบครัวของเขาชนะการเลือกตั้งมาเกือบทุกครั้งนับตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ พยายามผลักดันนโยบายการเงินให้ผ่อนคลายลงมาตลอด พร้อมปะทะกับบรรดา นายพล ผู้พิพากษา และข้าราชการสายอนุรักษนิยม

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพยายามหลีกเลี่ยงการถูกขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออก และพยายามกระตุ้นการเติบโตที่ซบเซา ในขณะที่ดัชนี SET ตลาดหุ้นไทย นับเป็นหนึ่งในดัชนีตลาดหุ้นที่มี "ผลประกอบการแย่ที่สุดในโลก" ในปีนี้

ในช่วงที่นายเศรษฐพุฒิ เป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ธปท.ได้ยืนกรานต่อต้านแรงกดดันจากรัฐบาลที่จะให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง และขยายกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อให้สูงขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เติบโต "ตามหลัง" ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

พร้อมเป็นผู้ว่าฯ ที่รับฟัง

นางรุ่ง กล่าวว่า หากได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ ธปท. จะเปิดให้มีการหารือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ทั้งจากรัฐบาล ภาคการเงิน และภาคเอกชน ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง

"หลายครั้งที่เราปล่อยผ่านเรื่องต่างๆ ให้ลุกลามจนถึงขั้นกลายเป็นการเผชิญหน้า" รองผู้ว่าฯ ธปท.กล่าว “การที่เราได้รับฟังพวกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ บอกพวกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ และพวกเขาก็รับฟังเราตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้เรามีโอกาสในการแก้ไขปัญหา และเห็นพ้องต้องกันมากขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเวลาเตรียมการมากขึ้นด้วย”

ดร.รุ่ง กล่าวว่า เธอสนับสนุนจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในปัจจุบันของ ธปท. ซึ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว 75 จุดพื้นฐาน (bsp) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 และชี้ว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ลดต้นทุนการกู้ยืมลง ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของการลดดอกเบี้ยลดลง

"ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ นโยบายการเงินจำเป็นต้องสนับสนุน และทำหน้าที่เป็นสมอเรือแห่งเสถียรภาพ" ดร.รุ่ง ซึ่งดูแลด้านเสถียรภาพระบบการเงินของ ธปท. กล่าว "ตอนนี้มีความไม่แน่นอนมากเกินไปอยู่แล้ว และเราไม่ควรเพิ่มมันเข้าไปอีก ดิฉันอาจจะออกตัวเชิงรุกมากขึ้นเล็กน้อยในการชี้นำทิศทางอัตราดอกเบี้ย"

ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อรวมของไทยหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม ขณะที่หนี้ครัวเรือนก็ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ภายใต้การนำของนายเศรษฐพุฒิ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาขอบเขตนโยบายที่มีอย่างจำกัดนี้ไว้ เพื่อเก็บกระสุนไว้รองรับความผันผวนในอนาคต แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 50-75 จุดพื้นฐาน (ราว 0.5-0.75%) ในปีนี้

สำหรับนายวิทัย วัย 54 ปี ซึ่งเป็นตัวเต็งผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ เป็นผู้สนับสนุนการลดดอกเบี้ย และการประสานกันระหว่างนโยบายการคลัง และการเงินเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยที่กำลังอ่อนแรง ในฐานะ "ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน" ซึ่งเป็นหัวหอกของรัฐในฐานะแบงก์รัฐที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ครัวเรือน และบุคคลที่มีภาระหนี้ เขาจึงถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง ทำให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

ส่วน นางรุ่ง ซึ่งเป็นลูกหม้อที่ทำงานกับ ธปท. มาเกือบ 30 ปี มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายการเงิน กำกับดูแลสถาบันการเงิน และกำกับดูแลฟินเทค รวมทั้งเคยทำงานที่ธนาคารกรุงไทยมาก่อน

"ดิฉันเคยรับมือกับความท้าทายทั้งในระดับมหภาค และจุลภาค ค่อนข้างคุ้นเคยกับเครื่องมือของธนาคารกลาง รวมถึงขอบเขตการทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้วกว้าง และใหญ่มากๆ... เลยอยากนำเสนอประสบการณ์ตรงนี้ค่ะ” ดร.รุ่งกล่าว 

 

 

ที่มา: Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์