ราคาทองปิดลบต่อเนื่อง 15.10 ดอลลาร์ รับปัจจัยดัชนีค่าเงินสหรัฐแข็งค่า

ราคาทองปิดลบต่อเนื่อง 15.10 ดอลลาร์ รับปัจจัยดัชนีค่าเงินสหรัฐแข็งค่า

ราคาทองฟิวเจอร์ปิดลบต่อเนื่องอีก 15.10 ดอลลาร์ ลงมาแตะ 2,537.80 ดอลลาร์/ออนซ์ รับปัจจัยดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังอ่อนยวบมาหลายวันจากทิศทางเฟดลดดอกเบี้ย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (28 ส.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยฉุดตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อสัญญาณบ่งชี้ทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 15.10 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 2,537.80 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.54% แตะที่ระดับ 101.094

เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการด้านการลงทุนจากบริษัท High Ridge Futures กล่าวว่า ราคาทองคำถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนขายทำกำไรก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนี PCE โดยหากดัชนี PCE ออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และจะช่วยให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นด้วย

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 63.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 36.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งนี้ สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนี PCE ประจำเดือนก.ค.ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย.