วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน 2569

Login
Login

'กฎของซาห์ม' ตัวชี้วัดเศรษฐกิจถดถอยที่แม่นยำตั้งแต่ 1970 ชนวนทำหุ้นโลกดิ่งหนัก

'กฎของซาห์ม' ตัวชี้วัดเศรษฐกิจถดถอยที่แม่นยำตั้งแต่ 1970 ชนวนทำหุ้นโลกดิ่งหนัก

เสียงระฆังเตือนเศรษฐกิจโลกดังขึ้นอีกครั้ง จาก ‘กฎของซาห์ม’ หรือ 'Sahm Rule' ส่งสัญญาณเตือนว่า สหรัฐเสี่ยงเผชิญเศรษฐกิจถดถอย กฎนี้มาจากไหน และสามารถฟันธงอนาคตเศรษฐกิจปัจจุบันได้หรือไม่

ท่ามกลางดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงหนัก โดยดัชนีหุ้นไทยดิ่งหลุด 1,300 จุด ขณะที่ราคาพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น ความเสี่ยง “เศรษฐกิจถดถอย” ได้กลับมาเป็นกระแสขึ้นอีกครั้ง โดยตัวชี้วัดที่ถูกพูดถึงในอันดับต้น ๆ นี้ คือ “กฎของซาห์ม” หรือ “Sahm’s Rule” ตัวชี้วัดโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) โดยการนำ “อัตราการว่างงาน” (Unemployment Rate) มาคำนวณ

ที่น่าสนใจ คือ ตัวชี้วัดนี้สามารถทำนายภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา

กฎของซาห์มถูกเสนอโดย เคลาเดีย ซาห์ม (Claudia Sahm) นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นการใช้ค่าเฉลี่ยของอัตราการว่างงานย้อนหลัง 3 เดือน ลบด้วยอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 12 เดือน หากส่วนต่างนี้เกิน 0.5% แปลว่า เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

เมื่อกฎของซาห์มดังขึ้น

ล่าสุด อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ในเดือนกรกฎาคม ทำให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือนของอัตราการว่างงานทะลุผ่าน 0.5 เปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรกในรอบวัฏจักรเศรษฐกิจนี้ จนหลายคนถามถึงเจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ประธานเฟดถึงกฎของซาห์ม
พาวเวลตอบกลับว่า “ผมเรียกสิ่งนี้ว่า ความสม่ำเสมอทางสถิติ ไม่เหมือนกับกฎเศรษฐศาสตร์ที่บอกว่าอะไรบางอย่างจะต้องเกิดขึ้น”

ด้านเคลาเดีย ซาห์ม ก็มองว่า ตัวบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เช่น กฎของซาห์ม เป็นความสม่ำเสมอเชิงประจักษ์จากอดีต “ไม่ใช่กฎธรรมชาติ”

เธอเสริมต่อว่า กฎนี้อาจใช้ไม่ได้ผลในครั้งนี้ เนื่องจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบปกติของวัฏจักรธุรกิจ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการฟื้นตัว มีความเป็นไปได้สูงว่า การเพิ่มขึ้นของการว่างงานบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา อาจเกิดจากการขยายตัวของแรงงาน ซึ่งนำโดยการย้ายถิ่นฐาน โดยอาจทำให้ตัวบ่งชี้นี้มีประสิทธิภาพลดลง

อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มขึ้นของการว่างงานแบบปกติเกิดขึ้นจริงบางส่วนด้วย ซาห์มกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นนี้จึงไม่สามารถมองข้ามได้

นอกจากนี้ แม้ว่าการเลิกจ้างจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ตามการยื่นขอรับประโยชน์ว่างงาน แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ เหตุผลหลักคือ นายจ้างส่วนใหญ่ลังเลที่จะลดจำนวนพนักงาน หลังจากเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงดังกล่าว โดยไรอัน สวีท (Ryan Sweet) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกาประจำ Oxford Economics กล่าวว่า อัตราการว่างงานก็ต่ำเป็นประวัติการณ์เช่นกัน แม้ว่าจะเพิ่มขึ้น

ข้อจำกัดของ Sahm’s Rule

ซาห์มมองว่า Sahm Rule อาจถูกทำลายลงได้ โดยเธอเคยเขียนในจดหมายข่าวเดือนเมษายน 2022 ว่า ให้ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 3.5% จากระดับต่ำสุดที่ 3.0% ซึ่งตรงตามเกณฑ์สัญญาณเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามกฎของซาม์

อย่างไรก็ตาม หากในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ประมาณ 2.5% จากระดับสูงสุดที่ 5.5% และอัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหลือ 2% สถานการณ์แบบนี้ อาจจะไม่ถือว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย

โดยสรุป การเกิดสัญญาณ Sahm Rule ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดภาวะถดถอยขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะทำนายได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวัง ซึ่งตลาดได้ตอบรับความกังวลนี้แล้วด้วยแรงเทขายที่เกิดขึ้น  

อ้างอิง: yahoousainvest