วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์พุ่ง 200 จุด ปิดทำนิวไฮ รับแนวโน้ม 'ทรัมป์' กวาดเสียงเลือกตั้งเพิ่ม

ดาวโจนส์พุ่ง 200 จุด ปิดทำนิวไฮ รับแนวโน้ม 'ทรัมป์' กวาดเสียงเลือกตั้งเพิ่ม

ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งทะยาน ดาวโจนส์บวก 210.82 จุด ปิดสูงสุดทุบสถิติใหม่ รับแนวโน้ม 'ทรัมป์' จ่อกวาดคะแนนเสียงเพิ่มหลังรอดพ้นการลอบยิง ขณะที่ 'พาวเวล' ย้ำอีกรอบ เฟดไม่ต้องรอให้เงินเฟ้อลงถึง 2% ก่อนลดดอกเบี้ย

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ค.67 ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกโดยดัชนีดาวโจนส์ และเอสแอนด์พี 500 พุ่งขึ้นไปทำสถิติใหม่ระหว่างการซื้อขาย หลังจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า เหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยให้ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันรายนี้ยิ่งได้คะแนนเสียงเพิ่มในศึกเลือกตั้งปลายปี

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กล่าวย้ำอีกครั้งว่า เฟดไม่ต้องรอให้เงินเฟ้อลงถึง 2% ก่อนจะลดดอกเบี้ย
 

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) บวก 210.82 จุด หรือ +0.53% ปิดที่ 40,211.72 จุด 
  • ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) บวก 15.87 จุด หรือ +0.28% ปิดที่ 5,631.22 จุด 
  • ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq) บวก 74.12 จุด หรือ +0.40% ปิดที่ 18,472.57 จุด 

ทั้งนี้ Dow Jones และ S&P 500 พุ่งขึ้นไปทำสถิติใหม่ระหว่างการซื้อขาย และดาวโจนส์สามารถปิดตลาดในราคานิวไฮด้วย

"ข่าวดีก็คือ อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้รับบาดเจ็บมากไปกว่าที่ใบหู เขารอดตายมาได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าตลาดจะยังคงโมเมนตัมเช่นนี้ต่อ" แซม สโตวัล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ CFRA Research กล่าวกับซีเอ็นบีซี

ในขณะที่การประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันที่มิลวอกี รัฐวิสคอนซิน เมื่อวานนี้ก็มีการประกาศว่าทรัมป์มีคะแนนนำประธานาธิบดี โจ ไบเดน ในโพลล์ระดับประเทศเช่นกัน 

ดัชนีรัสเซล 2000 ซึ่งใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดเล็กสุด 2,000 บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 และบวกติดต่อกัน 4 วันทำการ โดยโกลด์แมน แซคส์ มองว่าชัยชนะสมัยที่สองของทรัมป์จะเป็นผลดีต่อหุ้นขนาดเล็ก เมื่อวัดจากชัยชนะครั้งที่แล้วในการเลือกตั้งปี 2559  

เฟดไม่รอให้เงินเฟ้อลงถึง 2%

เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งวอชิงตัน ดี.ซี.วานนี้ว่า เฟดจะไม่รอจนกว่าเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมาย 2% ก่อนที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการย้ำถ้อยแถลงเหมือนที่เคยกล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงิน และภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

"เหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ ถ้าคุณรอจนกว่าเงินเฟ้อลงถึง 2% จะกลายเป็นว่าคุณรอนานเกินไป เนื่องจากมาตรการคุมเข้มทางการเงินที่คุณกำลังใช้อยู่ หรือระดับความตึงตัวที่คุณใช้ ยังคงส่งผลกระทบซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงต่ำกว่า 2%"

"ดังนั้น สิ่งที่เฟดกำลังมองหาก็คือ 'ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น' ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวกลับสู่ระดับ 2% ซึ่งสิ่งที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นดังกล่าวก็คือ ข้อมูลเงินเฟ้อที่ดีจำนวนมากขึ้น และเมื่อไม่นานมานี้เราก็เริ่มเห็นข้อมูลเงินเฟ้อที่ดีดังกล่าวแล้ว" พาวเวล กล่าวและระบุด้วยว่า เขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับภาวะทรุดตัวลงอย่างรุนแรง หลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์