ดัชนีดาวโจนส์ พุ่งทำนิวไฮระหว่างการซื้อขาย ก่อนลงมาปิดเหนือ 40,000 จุด รับความหวังเฟดลดดอกเบี้ยก.ย. หลังมีข่าวดี เงินเฟ้อ ในสัปดาห์นี้ แม้ว่าดัชนีเงินเฟ้อผู้ผลิต PPI ปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาดก็ตาม
ดัชนีดาวโจนส์ ที่ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก กลับมาปิดบวกได้ร้อนแรงเหนือ 40,000 จุด ในวันศุกร์ที่ 12 ก.ค.67 โดยระหว่างการซื้อขายดาวโจนส์ยังพุ่งขึ้นไปทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ที่ 40,257.24 จุด หลังจากนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักหุ้นในเซ็กชั่นอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี ตอบรับข่าวดีในสัปดาห์นี้ทั้งดัชนีเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.
และการส่งสัญญาณของ เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถึงแนวโน้มที่เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า เพราะการที่เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานเกินไปอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดบวก 247.15 จุด หรือ +0.62% ปิดที่ 40,000.90 จุด
- ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) ปิดบวก 30.81 จุด หรือ +0.55% ปิดที่ 5,615.35 จุด
- ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq) ปิดบวก 115.04 จุด หรือ +0.63% ปิดที่ 18,398.44 จุด
หุ้นกลุ่มธนาคาร ในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 1.5% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วงลง 1.2% แม้เปิดเผยผลกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจที่เพิ่มขึ้น หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ร่วงลง 6% หลังประมาณการรายได้จากดอกเบี้ยรายไตรมาสต่ำกว่าคาด
ขณะที่ หุ้นซิตี้กรุ๊ป ลดลง 1.8% แม้รายงานรายได้ด้านวาณิชธนกิจเพิ่มขึ้นก็ตาม
ด้านราคาหุ้นของบรรดาบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดดีดตัวขึ้นหลังจากร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดี โดย หุ้นแอปเปิ้ล และ หุ้นอินวิเดีย ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ส่วนหุ้นเทสลาพุ่งขึ้น 3% และเป็นหุ้นในดัชนี S&P500 ที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นมูลค่าราว 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันศุกร์
ข้อมูลจาก LSEG IBES ระบุว่า บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี S&P500 จะเพิ่มขึ้น 9.6% โดยคาดว่าบริษัทด้านเทคโนโลยีจะมีผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์, อุตสาหกรรม และวัสดุ จะลดลง
ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยในวันศุกร์บ่งชี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงกว่าคาดเล็กน้อยในเดือนมิ.ย. แต่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนก.ย. หลังจากที่มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงเกินคาดเมื่อวันพฤหัสบดี
ดัชนี PPI สูงกว่าคาด แต่ยังไม่ดับฝันเรื่องเฟด
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่คาดเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.3% และเพิ่มขึ้นจากที่ขยายตัว 2.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1%
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากที่ขยายตัว 2.6% ในเดือนพ.ค. หากเทียบเป็นรายเดือนปรับตัวขึ้น 0.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2%
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 11 ก.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผย ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย.พบว่า เงินเฟ้อทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% จากระดับ 3.3% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน
เงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวลง 0.1% สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าปรับตัวขึ้น 0.1% และยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 ที่ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐปรับตัวลงต่ำกว่า 0% เมื่อเทียบรายเดือน
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์คาดว่า มีโอกาส 94% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนก.ย.นี้ เพิ่มขึ้นจาก 78% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ตลาดยังเริ่มกลับมาให้น้ำหนักการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย., พ.ย. และ ธ.ค. "เพิ่มเติม" จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในเดือน ก.ย.และธ.ค.





